Story
Goldman Sachs โชว์กำไรไตรมาส 2/2026 สูงกว่าคาด 45.9% นำกลุ่มธนาคารยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ

Summary
Goldman Sachs รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 แข็งแกร่งเกินคาด โดยมีกำไรต่อหุ้น (EPS) สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ถึง 45.9% ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้วาณิชธนกิจและธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
Goldman Sachs (GS) รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ที่แข็งแกร่งอย่างน่าทึ่ง โดยมีกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ $20.98 ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ $14.38 หรือคิดเป็นการเติบโตที่สูงกว่าคาดถึง 45.9% ส่งผลให้ Goldman Sachs กลายเป็นผู้นำในกลุ่มธนาคารยักษ์ใหญ่ 6 แห่งของสหรัฐฯ ในฤดูกาลประกาศผลประกอบการครั้งนี้
รายได้รวมของธนาคารอยู่ที่ $20.34 พันล้าน ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ $16.12 พันล้าน หรือสูงกว่าคาดถึง 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงประสิทธิภาพที่โดดเด่นในธุรกิจหลักของธนาคาร
ภาพรวมผลประกอบการธนาคารสหรัฐฯ
ในไตรมาสที่ 2 ปี 2026 ธนาคารขนาดใหญ่ทั้ง 6 แห่งของสหรัฐฯ ต่างรายงานผลประกอบการทั้งกำไรต่อหุ้นและรายได้สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ทั้งหมด แต่ Goldman Sachs มีอัตราการเติบโตของกำไรที่สูงกว่าคาดการณ์มากที่สุด
- Goldman Sachs (GS): กำไรต่อหุ้นสูงกว่าคาด +45.9%
- JPMorgan (JPM): กำไรต่อหุ้นสูงกว่าคาด +38.7%
- Morgan Stanley (MS): กำไรต่อหุ้นสูงกว่าคาด +18.1%
- Wells Fargo (WFC): กำไรต่อหุ้นสูงกว่าคาด +16.3%
- Citigroup (C): กำไรต่อหุ้นสูงกว่าคาด +15.4%
- Bank of America (BAC): กำไรต่อหุ้นสูงกว่าคาด +8.0%
ถึงแม้ JPMorgan จะมีกำไรสูงกว่าคาดในอัตราที่รองลงมา แต่รายได้ที่สูงกว่าคาดการณ์ถึง 6.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก็ถือเป็นสัญญาณที่สำคัญ เนื่องจากขนาดของธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ทำให้ผลประกอบการของ JPM มักถูกใช้เป็นมาตรวัดภาพรวมของเศรษฐกิจ
ปัจจัยหนุนผลงานอันโดดเด่น
Adผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของ Goldman Sachs ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยสำคัญ 3 ประการ ประการแรกคือ ธุรกิจวาณิชธนกิจ (Investment Banking) ที่ค่าธรรมเนียมพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักสำหรับธนาคารที่เน้นตลาดทุนเป็นหัวใจสำคัญ
ประการที่สองคือ รายได้จากธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ (Trading Revenues) ทั้งในส่วนของหุ้นและตราสารหนี้ (FICC) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากความผันผวนของตลาดที่เพิ่มขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI, ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความผันผวนของราคาพลังงาน ซึ่งเป็นสภาวะที่เอื้อต่อธุรกิจของ Goldman Sachs
สุดท้ายคือ การที่นักวิเคราะห์ใน Wall Street ประเมินการณ์กำไรของธนาคารไว้ในระดับที่ค่อนข้างต่ำเกินไป ซึ่งสะท้อนจากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS revisions) ขึ้นอย่างรวดเร็วหลังการประกาศผลประกอบการ
การตอบสนองของตลาดหุ้น
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้จะรายงานผลประกอบการที่ยอดเยี่ยม แต่ราคาหุ้น Goldman Sachs (GS) กลับปรับตัวลดลงประมาณ 3.0% ในการซื้อขายวันที่ 16 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันที่รายงานข่าวนี้ถูกเผยแพร่ เนื่องจากผลประกอบการถูกประกาศออกมาตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม (ก่อนตลาดเปิด) ทำให้ตลาดได้รับรู้ข่าวดีไปแล้ว
การปรับตัวลงของราคาหุ้นจึงสะท้อนถึงแรงขายทำกำไร (profit-taking) ประกอบกับแรงกดดันจากภาพรวมตลาดที่ถูกฉุดโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นไปตามปรากฏการณ์ที่นักลงทุนมักเรียกว่า "ซื้อตามข่าวลือ ขายเมื่อข่าวจริงปรากฏ" (buy the rumor, sell the news) อย่างไรก็ตาม การที่นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรของ GS อย่างต่อเนื่องตลอดปีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่าตลาดยังคงประเมินศักยภาพของธนาคารต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งทำให้นักลงทุนจับตามองการประกาศผลประกอบการครั้งถัดไปในเดือนตุลาคมอย่างใกล้ชิด
Read next
More on หุ้น
CIBC นำเสนอโปรไฟล์คุณค่าที่น่าสนใจเหนือกว่าธนาคารชั้นนำของแคนาดาอื่นๆ
แม้ว่าหุ้นของ TD Bank จะมีอัตราส่วนราคาต่อกำไรต่ำที่สุด แต่เมื่อพิจารณาจากผลตอบแทนและศักยภาพในการเติบโตแล้ว Canadian Imperial Bank of Commerce (CIBC) ถือเป็นตัวเลือกการลงทุนที่มีมูลค่าสมดุลมากกว่าเมื่อเทียบกับธนาคารอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกัน

บริษัท Volvo Cars แต่งตั้ง Klaus Zellmer เป็นซีอีโอคนใหม่สืบทอดตำแหน่งต่อจาก Hakan Samuelsson
บริษัท Volvo Cars ได้แต่งตั้ง Klaus Zellmer เป็นประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ แทนที่ Hakan Samuelsson ที่กำลังจะลาออก การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์รายนี้กำลังดำเนินกลยุทธ์การเติบโตเชิงรุกท่ามกลางความท้าทายของตลาด

บทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์ชี้ว่าหุ้นกลุ่มเหมืองแร่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ TSX มีศักยภาพในการเติบโต
บริษัทเหมืองแร่ทองคำและทองแดงของแคนาดาหลายแห่ง รวมถึง Equinox Gold และ Kinross Gold กำลังได้รับคำแนะนำให้ซื้ออย่างแข็งแกร่งจากนักวิเคราะห์ ซึ่งคาดการณ์ว่าราคาหุ้นอาจเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขสองหลัก โดยอิงจากปัจจัยกระตุ้นเฉพาะบริษัทที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

ดัชนีหุ้นรวมซาอุดีอาระเบีย (Tadawul All Share Index) ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน จากการปรับตัวลงของหุ้นในหลายภาคส่วน
ดัชนีหุ้นหลักของซาอุดีอาระเบีย หรือ Tadawul All Share ปิดตลาดลดลง 0.26% ในวันอาทิตย์ แตะระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งเดือน โดยได้รับผลกระทบจากความอ่อนแอในภาคประกันภัยและพลังงาน