Story
หุ้นยุโรปทรงตัว นักลงทุนชั่งน้ำหนักความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และสัญญาณดอกเบี้ยเฟด

Summary
ตลาดหุ้นยุโรปซื้อขายในกรอบแคบ โดยความกังวลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางถูกหักล้างด้วยข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลง ซึ่งช่วยหนุนความคาดหวังว่าเฟดจะยังไม่รีบขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ตลาดหุ้นยุโรปซื้อขายทรงตัวในวันพฤหัสบดี โดยนักลงทุนกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความกังวลต่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น กับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อชะลอตัวลง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ดัชนี STOXX 600 ทั่วยุโรปเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในการซื้อขายช่วงเช้า ขณะที่ดัชนี DAX ของเยอรมนี, CAC 40 ของฝรั่งเศส และ FTSE MIB ของอิตาลี ต่างซื้อขายในกรอบแคบ ส่วนดัชนี FTSE 100 ของลอนดอนปรับตัวลดลง 0.4%
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกดดันตลาด
ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังคงเปราะบางต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหนึ่งเดือน หลังจากกองทัพสหรัฐฯ ยังคงปฏิบัติการโจมตีในอิหร่าน ขณะที่เตหะรานออกมาเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิด "สงครามเพื่อความอยู่รอด" (existential war) ทำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน
ปัจจัยดังกล่าวได้บดบังภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคที่ดูดีขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นโดยรวม
ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ช่วยพยุงความเชื่อมั่น
อย่างไรก็ตาม แรงกดดันด้านลบถูกจำกัดไว้ด้วยข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดจากสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ประกาศเมื่อคืนนี้ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ สอดคล้องกับดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และตลาดแรงงานที่ชะลอตัวลงก่อนหน้านี้
Adข้อมูลเหล่านี้ทำให้นักลงทุนคาดการณ์มากขึ้นว่าเฟดจะยังคงนโยบายการเงินแบบอดทนต่อไป โดยตลาดการเงินได้ปรับลดการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมลดลงเหลือเพียง 10% เท่านั้น
จับตาฤดูผลประกอบการไตรมาส 2
ขณะนี้นักลงทุนกำลังเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของฤดูการประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ของบริษัทในยุโรป แม้ว่าคาดการณ์กำไรโดยรวมของบริษัทในดัชนี STOXX 600 จะเติบโตราว 14.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการขยายตัวที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 3 ปี แต่นักวิเคราะห์ชี้ว่าตัวเลขดังกล่าวได้รับอิทธิพลอย่างมากจากกำไรของกลุ่มพลังงานที่คาดว่าจะพุ่งสูงถึง 109% จากผลกระทบของอุปทานในตะวันออกกลาง
หากไม่รวมกลุ่มน้ำมันและก๊าซ คาดว่าการเติบโตของกำไรบริษัทในยุโรปจะอยู่ที่เพียง 5.5% เท่านั้น นอกจากนี้ ตลาดกำลังจับตาการประกาศผลประกอบการของ TSMC ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญสำหรับแนวโน้มของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ AI ทั่วโลก
สำหรับหุ้นรายตัวที่น่าสนใจ:
- Rotork พุ่งขึ้นถึง 65% หลังจาก ABB ตกลงเข้าซื้อกิจการในข้อตกลงมูลค่า 5.5 พันล้านดอลลาร์
- Partners Group ร่วงลง 7% หลังการประกาศผลประกอบการรายไตรมาส
- Frasers ปรับตัวลง 5% หลังจากผลกำไรพลาดเป้าที่คาดการณ์ไว้
Read next
More on หุ้น
Netflix, HPE และ Fluence ได้รับผลกระทบจากการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือจากนักวิเคราะห์รายใหญ่
นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทชื่อดังหลายแห่งอย่างมีนัยสำคัญ โดยเน็ตฟลิกซ์ได้รับคำแนะนำ "ขาย" เป็นครั้งแรก และฟลูเอนซ์ เอนเนอร์จีเผชิญกับการปรับลดอันดับอย่างต่อเนื่องหลังจากปรับลดประมาณการผลประกอบการลง

ข้อเสนอ Proposition 40 ของรัฐแคลิฟอร์เนียเสนอให้เก็บภาษีครั้งเดียว 5% จากมหาเศรษฐี ท่ามกลางการถกเถียงอย่างร้อนแรง
ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในรัฐแคลิฟอร์เนียจะตัดสินใจเกี่ยวกับข้อเสนอหมายเลข 40 ซึ่งเป็นข้อริเริ่มในการลงคะแนนเสียงเพื่อเก็บภาษีครั้งเดียว 5% จากผู้มั่งคั่งที่สุดในรัฐ มาตรการนี้เผชิญกับการต่อต้านอย่างมากและผลสำรวจที่ไม่แน่นอน แม้ว่ารัฐนี้จะมีมหาเศรษฐีจำนวนมากกระจุกตัวอยู่ก็ตาม

มีรายงานว่า China Rare Earth Group กำลังเจรจาเพื่อเข้าซื้อกิจการ Shenghe Resources
มีรายงานว่า China Rare Earth Group ซึ่งเป็นบริษัทของรัฐบาลจีน กำลังเจรจาเพื่อซื้อกิจการ Shenghe Resources ซึ่งการเคลื่อนไหวครั้งนี้จะทำให้ปักกิ่งมีอำนาจควบคุมภาคส่วนนี้มากขึ้น และสร้างส่วนแบ่งในบริษัทผู้ผลิตของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม Shenghe ได้ปฏิเสธรายงานดังกล่าว

หุ้นซาอุดีอาระเบียและกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียร่วงลง หลังกลุ่มฮูตีอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีกรุงริยาด
ตลาดหุ้นในซาอุดีอาระเบียและทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียร่วงลงหลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนในกรุงริยาด ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความขัดแย้งในภูมิภาคที่ทวีความรุนแรงขึ้น