Story
หุ้น Eos Energy ดิ่งทำจุดต่ำสุดใหม่รอบ 52 สัปดาห์ หลัง Stifel หั่นเป้าจากผลกระทบเพิ่มทุน

ราคาหุ้น Eos Energy Enterprises (EOSE) ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงกว่า 7.3% ในการซื้อขายล่าสุด แตะระดับราคา $4.08 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ การร่วงลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่นักวิเคราะห์จาก Stifel ได้ปรับลดราคาเป้าหมายของหุ้นลง ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับผลกระทบจากการเพิ่มทุนจำนวนมาก
Stifel ปรับลดราคาเป้าหมาย แต่ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ"
นักวิเคราะห์ Stephen Gengaro จาก Stifel ได้ปรับลดราคาเป้าหมายของหุ้น EOSE ลงเหลือ $10 จากเดิมที่ $12 โดยให้เหตุผลหลักว่าเพื่อสะท้อนถึงผลกระทบจากการลดลงของสัดส่วนการถือหุ้น (share dilution) อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทกำลังดำเนินการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแก่ผู้ถือหุ้นเดิม (rights offering) มูลค่า $150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือนักวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" (Buy) สำหรับหุ้น EOSE ซึ่งบ่งชี้ว่าการปรับลดราคาเป้าหมายในครั้งนี้เป็นการปรับมูลค่าใหม่ (valuation recalibration) ตามจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้น มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงมุมมองพื้นฐานในระยะยาวของบริษัท
ผลกระทบจากการเพิ่มทุนครั้งใหญ่
Eos Energy ระดมทุนเพื่อนำเงินไปใช้ในการลงทุนใน Frontier Power USA ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับ Cerberus โดย Stifel ประเมินว่าการเสนอขายหุ้นครั้งนี้จะส่งผลให้มีจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นประมาณ 89.1 ล้านหุ้น ทำให้จำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 694.1 ล้านหุ้น
Adกระบวนการเพิ่มทุนนี้ประกอบด้วย:
- การเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแก่ผู้ถือหุ้นเดิม (rights offering) ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 21 กรกฎาคม ยังคงสร้างความไม่แน่นอนในระยะสั้น
- การเสนอขายหุ้นในวงจำกัด (registered direct offering) ให้แก่ Hudson Bay ซึ่งระดมทุนได้แล้วประมาณ $75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และปิดดีลไปเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม
ปัจจัยกดดันจากตลาดและมุมมองทางเทคนิค
นอกเหนือจากปัจจัยเฉพาะตัวแล้ว สภาวะตลาดโดยรวมที่ไม่เอื้ออำนวย โดยดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวลง 1.3% และ S&P 500 ลดลง 0.7% ได้เพิ่มแรงกดดันต่อหุ้น EOSE ซึ่งถือเป็นหุ้นที่มีความผันผวนสูง (high-beta) อยู่แล้ว
ราคาหุ้น EOSE ได้ปรับตัวลงถึง 8 ใน 10 วันทำการล่าสุด คิดเป็นการลดลงประมาณ 27.8% ในช่วงเวลาดังกล่าว สัญญาณทางเทคนิคยังชี้ถึงภาวะขาลงที่ชัดเจน โดยราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันที่ $6.95 และเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ $8.84 อย่างมาก ขณะนี้นักลงทุนกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างศักยภาพการเติบโตในระยะยาวจากการลงทุนใน Frontier Power USA กับต้นทุนจากการเพิ่มทุนที่ส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นในปัจจุบัน