Story

ดอลลาร์ทรงตัวหลังร่วงหนักสุดนับตั้งแต่เมษายน ตลาดจับตานโยบายเฟด

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 8, 20261 min read
ดอลลาร์ทรงตัวหลังร่วงหนักสุดนับตั้งแต่เมษายน ตลาดจับตานโยบายเฟด

Summary

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวในกรอบแคบเมื่อวันจันทร์ หลังจากเผชิญกับวันที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนในสัปดาห์ก่อน ขณะที่นักลงทุนยังคงให้ความสำคัญกับแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

Text size
Background

ดัชนีดอลลาร์สหรัฐซึ่งวัดมูลค่าเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก 6 สกุล เคลื่อนไหวใกล้ระดับทรงตัวที่ 100.85 ในวันจันทร์ หลังจากที่เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วได้ร่วงลง 0.5% ซึ่งเป็นการลดลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน การอ่อนค่าดังกล่าวเป็นผลมาจากรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายนที่ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนมองว่าตลาดแรงงานอาจไม่ได้แข็งแกร่งเกินไป และอาจเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ขณะนี้นักลงทุนกำลังจับตามองการเปิดเผยรายงานการประชุมของเฟดในเดือนมิถุนายน ซึ่งจะมีขึ้นในวันพุธนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้เพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงิน ก่อนหน้านี้ นายเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ ได้ส่งสัญญาณว่าจะมุ่งเน้นไปที่การต่อสู้กับเงินเฟ้อเป็นหลัก นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงยังช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เฟดใช้พิจารณาในการกำหนดอัตราดอกเบี้ย

ในส่วนของสกุลเงินอื่น ๆ เงินเยนของญี่ปุ่นยังคงอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดยซื้อขายอยู่ที่ระดับประมาณ 162.04 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนค่าที่สุดในรอบ 40 ปี และอยู่เหนือระดับ 160 เยน ซึ่งเป็นจุดที่ตลาดคาดการณ์ว่าทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงค่าเงิน แม้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปแล้วในเดือนมิถุนายน แต่ก็ยังไม่สามารถช่วยพยุงค่าเงินเยนได้อย่างมีนัยสำคัญ

Sample IUX Markets – In-articleAd

ทางด้านเงินยูโรมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของยูโรโซน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าราคาผู้ผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 5.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี ขณะที่ยอดค้าปลีกขยับขึ้นเล็กน้อย ทั้งนี้ แม้ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะเป็นธนาคารกลางหลักแห่งแรกที่ขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่แนวโน้มเงินเฟ้อที่คาดว่าจะชะลอตัวลงอาจทำให้การขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไปมีความเป็นไปได้น้อยลง

Back to latest news

LATEST