Story
Bitcoin ฟื้นตัวเหนือ $60,000 หลังปิดไตรมาส 2 ร่วงหนัก 14%

Summary
ราคา Bitcoin ดีดตัวขึ้นกลับมายืนเหนือระดับจิตวิทยาที่ 60,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง แต่ยังคงเผชิญแรงกดดันหนัก หลังปิดไตรมาสล่าสุดด้วยการขาดทุนกว่า 14% ท่ามกลางกระแสเงินทุนไหลออกจาก ETF อย่างต่อเนื่องและคาดการณ์ว่า Fed จะคงดอกเบี้ยในระดับสูง
ราคา Bitcoin ฟื้นตัวขึ้นเกือบ 4% ในวันพุธ กลับมายืนเหนือระดับสำคัญที่ $60,000 ได้สำเร็จ หลังจากที่เพิ่งปิดไตรมาสที่สองของปีด้วยผลขาดทุนอย่างหนัก การดีดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่จะยังคงอยู่ในระดับสูง และกระแสเงินทุนที่ไหลออกจากกองทุน ETF อย่างต่อเนื่อง
สัญญาณฟื้นตัวหลังไตรมาสที่ย่ำแย่
ในช่วงการซื้อขายล่าสุด ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้น 3.7% มาอยู่ที่ $60,807.4 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบ 22 เดือนที่ $57,803.0 อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังคงน่ากังวล โดยในไตรมาสที่สิ้นสุดเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ราคา Bitcoin ได้ปรับตัวลดลงถึง 14% ส่งผลให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) ติดลบอยู่ที่ 32%
ปัจจัยหลักที่กดดันตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในช่วงที่ผ่านมาคือความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับสูงต่อไป ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนอย่างคริปโทเคอร์เรนซี นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีแนวโน้มที่จะหันไปให้ความสนใจกับสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากกว่า
กระแสเงินทุนไหลออกยังคงน่ากังวล
ข้อมูลจาก SoSoValue ชี้ให้เห็นว่ากองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เผชิญกับแรงเทขายอย่างหนัก โดยมีเงินทุนไหลออกสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมิถุนายน
Ad- เงินทุนไหลออกสุทธิในเดือนมิถุนายนมีมูลค่ารวมกว่า $4.5 พันล้านดอลลาร์
- กองทุนเผชิญกับภาวะเงินทุนไหลออกติดต่อกันเป็นวันที่ 9 แล้ว
- กองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock ซึ่งเป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุด มีเงินไหลออกมากที่สุดถึง $3.55 พันล้านดอลลาร์ ในเดือนเดียว
แม้ว่าตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาจะยังมีเงินทุนไหลเข้าสุทธิสะสมมากกว่า $51 พันล้านดอลลาร์ แต่การไหลออกอย่างต่อเนื่องในระยะหลังสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันที่ลดลงอย่างชัดเจน
มุมมองนักวิเคราะห์และภาพรวมตลาด
Citi ได้ปรับลดคาดการณ์ราคาเป้าหมาย 12 เดือนของ Bitcoin ลงจาก $112,000 เหลือ $82,000 โดยให้เหตุผลจากอุปสงค์ของนักลงทุนที่อ่อนแอลง, กระแสเงินทุน ETF ที่ติดลบ และความล่าช้าของกฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ ในกรณีเลวร้ายที่สุด (bear-case) ที่เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย Citi ประเมินว่าราคา Bitcoin อาจร่วงลงไปถึง $53,000 ได้
ในขณะเดียวกัน สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ (altcoins) ส่วนใหญ่ก็ปรับตัวขึ้นตาม Bitcoin โดย Ether (ETH) เพิ่มขึ้น 3.8% มาอยู่ที่ $1,631.29 ขณะที่ Solana (SOL) และ Cardano (ADA) ปรับตัวขึ้นโดดเด่นที่ 6.8% และ 9.2% ตามลำดับ