Story
บิตคอยน์พุ่งเหนือ 62,000 ดอลลาร์ ขานรับร่างกฎหมายคริปโตสหรัฐฯ มีความคืบหน้า

Summary
ราคาบิตคอยน์ปรับตัวสูงขึ้นทะลุ 62,000 ดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางกระแสเชิงบวกจากความคืบหน้าของร่างกฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบัน
ราคาบิตคอยน์ (Bitcoin) สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกตามมูลค่าตลาด ซื้อขายเหนือระดับ 62,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากความคืบหน้าของร่างกฎหมาย CLARITY Act ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีแนวโน้มที่จะผ่านการพิจารณาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยตลาดคาดการณ์ (Prediction Market) อย่าง Polymarket ประเมินโอกาสผ่านร่างกฎหมายนี้ไว้สูงกว่า 50% แล้ว
ร่างกฎหมาย CLARITY Act ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทคริปโตกว่า 200 แห่ง รวมถึงบริษัทชั้นนำอย่าง Coinbase, Ripple และ Kraken โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างกรอบการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ครอบคลุมและชัดเจนในสหรัฐฯ ผู้สนับสนุนในอุตสาหกรรมเชื่อว่ากฎระเบียบที่ชัดเจนยิ่งขึ้นจะช่วยส่งเสริมให้สถาบันการเงินขนาดใหญ่เข้ามามีส่วนร่วมในภาคส่วนนี้มากขึ้น
การยอมรับจากนักลงทุนสถาบันยังคงเป็นประเด็นสำคัญ โดยล่าสุด Phong Le ซีอีโอของบริษัท Strategy ได้เปรียบเทียบว่าบิตคอยน์เปรียบเสมือน "เงินตราของสหรัฐอเมริกา" โดยชี้ว่านโยบายการเงินที่โปร่งใสและอุปทานที่จำกัดอาจทำให้บิตคอยน์กลายเป็นสินทรัพย์สำรองของโลกได้ในอนาคต ปัจจุบัน Strategy ยังคงเป็นบริษัทมหาชนที่ถือครองบิตคอยน์มากที่สุดในโลกด้วยจำนวนมากกว่า 818,000 BTC
Adในขณะเดียวกัน ประเด็นด้านความปลอดภัยยังคงเป็นที่จับตามอง หลังจากนักวิจัยด้านความปลอดภัยบล็อกเชนเปิดเผยว่าได้ค้นพบและช่วยแก้ไขช่องโหว่ร้ายแรงบนบล็อกเชน Aptos ก่อนที่จะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด แม้จะไม่มีความเสียหายทางการเงินเกิดขึ้น แต่เหตุการณ์นี้ได้ย้ำเตือนถึงความสำคัญของการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องในระบบนิเวศของสินทรัพย์ดิจิทัล
นอกจากนี้ ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน Nansen ยังชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างบิตคอยน์และสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีลักษณะเก็งกำไรสูง โดยประมาณการว่าผู้ถือเหรียญมีม (memecoin) TRUMP ขาดทุนรวมกันแล้วประมาณ 3.8 พันล้านดอลลาร์ หลังจากราคาเหรียญลดลงราว 96% จากจุดสูงสุด ซึ่งตอกย้ำมุมมองของนักลงทุนสถาบันที่มองว่าบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์มาตรฐานของอุตสาหกรรม