Story
สภาสหรัฐฯ จ่อโหวตร่างกฎหมายยกเลิกการปรับเวลา หวังใช้เวลาออมแสงถาวร

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีกำหนดจะลงมติในสัปดาห์หน้าเกี่ยวกับร่างกฎหมายที่จะทำให้เวลาออมแสง (Daylight Saving Time - DST) มีผลบังคับใช้เป็นการถาวร ซึ่งหากผ่านความเห็นชอบ จะเป็นการยุติธรรมเนียมการปรับเปลี่ยนนาฬิกาสองครั้งต่อปีที่ใช้มานานหลายทศวรรษในสหรัฐอเมริกา
รายละเอียดและความคืบหน้าของร่างกฎหมาย
ร่างกฎหมายดังกล่าวมีชื่อว่า "Sunshine Protection Act" ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากคณะกรรมาธิการพลังงานและการพาณิชย์ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้ลงมติเห็นชอบด้วยคะแนน 48-1 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่วุฒิสภาเคยมีมติเป็นเอกฉันท์ผ่านร่างกฎหมายลักษณะเดียวกันนี้ไปแล้วในเดือนมีนาคม 2022 แต่ไม่เคยถูกนำมาพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร
ภายใต้ข้อเสนอปัจจุบัน รัฐต่างๆ จะยังคงมีทางเลือกที่จะไม่เข้าร่วมและใช้เวลามาตรฐานตลอดทั้งปีได้ การปรับเวลาออมแสง ซึ่งคือการเลื่อนนาฬิกาให้เร็วขึ้นหนึ่งชั่วโมงในช่วงฤดูร้อน ถูกนำมาใช้เกือบทั่วทั้งสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1960
ข้อดีข้อเสียและผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ฝ่ายสนับสนุนให้เหตุผลว่าการยกเลิกการปรับเวลาจะส่งผลดีหลายประการต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม
Ad- ลดผลกระทบต่อสุขภาพและอุบัติเหตุ: ผู้สนับสนุนชี้ว่าการปรับเปลี่ยนเวลาส่งผลต่อการรบกวนการนอนหลับ ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของอุบัติเหตุในที่ทำงานและอุบัติเหตุบนท้องถนน
- กระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ: การมีแสงสว่างในช่วงเย็นที่ยาวนานขึ้น โดยเฉพาะในฤดูหนาว จะช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น ธุรกิจท่องเที่ยวและสันทนาการ ตัวอย่างเช่นในรัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นที่นิยมของนักกอล์ฟและกีฬาประเภทต่างๆ
ในทางกลับกัน ฝ่ายคัดค้าน นำโดยวุฒิสมาชิก ทอม คอตตอน แสดงความกังวลว่าการใช้เวลาออมแสงถาวรจะทำให้เวลาพระอาทิตย์ขึ้นในช่วงฤดูหนาวล่าช้าออกไปมาก ซึ่งจะส่งผลให้เด็กนักเรียนต้องเดินทางไปโรงเรียนในขณะที่ยังมืดอยู่ ทั้งนี้ สหรัฐฯ เคยทดลองใช้เวลาออมแสงตลอดทั้งปีมาแล้วในปี 1974 เพื่อประหยัดพลังงาน แต่ไม่เป็นที่นิยมและถูกยกเลิกไปในที่สุด
มุมมองต่อนักลงทุน
แม้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อตลาดการเงินในวงกว้าง แต่ก็อาจส่งผลทางอ้อมต่อบางภาคส่วนได้ การมีช่วงเวลากลางวันในตอนเย็นที่ยาวนานขึ้นอาจเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เนื่องจากผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ขณะเดียวกัน การยุติการปรับเวลาอาจช่วยลดการหยุดชะงักเล็กน้อยที่ส่งผลต่อผลิตภาพของแรงงานได้ในระยะยาว หากร่างกฎหมายนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร จะต้องถูกส่งกลับไปให้วุฒิสภาพิจารณาอีกครั้งก่อนจะมีผลบังคับใช้