Story
พบการเดิมพันครั้งใหญ่ในตลาดออปชัน UAL คาดหุ้นดีดตัวแรงก่อนประกาศผลประกอบการไตรมาส 3

เกิดกิจกรรมที่น่าจับตาในตลาดออปชันของหุ้น United Airlines Holdings (UAL) เมื่อมีนักลงทุนรายใหญ่เข้าทำธุรกรรมเชิงบวก (bullish) ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ล่าสุดของบริษัท แม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องก็ตาม การเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ถึงความคาดหวังว่าราคาหุ้นจะดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรงในระยะสั้น โดยมีแนวโน้มว่าจะเกี่ยวข้องกับการประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ที่กำลังจะมาถึง
วิเคราะห์โครงสร้างการเดิมพัน
ธุรกรรมหลักที่ผลักดันปริมาณการซื้อขายในวันดังกล่าวคือการทำ Bull Call Spread ที่จะหมดอายุในวันที่ 16 ตุลาคม 2026 โดยประกอบด้วยการซื้อ Call Option ที่ราคาใช้สิทธิ (strike price) $120 และการขาย Call Option ที่ราคาใช้สิทธิ $135 พร้อมกัน จำนวนสัญญาทั้งสองฝั่งอยู่ที่ 31,509 สัญญา เท่ากัน รวมเป็นปริมาณการซื้อขายกว่า 63,018 สัญญา หรือคิดเป็นประมาณ 90% ของปริมาณการซื้อขายออปชันทั้งหมดในวันนั้น
- ปริมาณการซื้อขายเทียบกับสัญญาคงค้าง: ปริมาณการซื้อขายในแต่ละฝั่งสูงกว่าปริมาณสัญญาคงค้าง (Open Interest) เดิมถึง 6-13 เท่า ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่านี่คือการเปิดสถานะใหม่ ไม่ใช่การปรับเปลี่ยนหรือปิดสถานะเดิม
- เงื่อนไขการทำกำไร: ณ ราคาหุ้น UAL ที่ประมาณ $106 การเดิมพันนี้ต้องการให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปเหนือ $120 เพื่อเริ่มทำกำไร และต้องทะลุ $135 เพื่อให้ได้กำไรสูงสุดภายในระยะเวลาเพียง 31 วัน ซึ่งหมายถึงการคาดการณ์ว่าหุ้นจะฟื้นตัวจากการขาดทุนตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมาและปรับตัวขึ้นต่อไปอีก
สัญญาณจากตลาดและความเห็นนักวิเคราะห์
นอกจากการเดิมพันหลักแล้ว ยังพบการทำธุรกรรม Strangle ในปริมาณที่น้อยกว่า ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 20 พฤศจิกายน โดยเป็นการซื้อ Call Option ที่ราคาใช้สิทธิ $120 ควบคู่ไปกับการซื้อ Put Option ที่ราคาใช้สิทธิ $105 การทำธุรกรรมลักษณะนี้จะทำกำไรได้หากราคาหุ้นเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงไม่ว่าจะในทิศทางใดก็ตาม ซึ่งอาจเป็นการป้องกันความเสี่ยง (hedging) จากการเดิมพันขาขึ้นในครั้งแรก
Adในขณะเดียวกัน ข้อมูลความผันผวนโดยนัย (Implied Volatility) ระยะ 3 เดือนที่ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 46.19% สะท้อนว่าตลาดกำลังคาดการณ์ถึงเหตุการณ์สำคัญบางอย่างที่จะส่งผลต่อราคาหุ้น ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของนักวิเคราะห์ เช่น TD Cowen ที่คงคำแนะนำ "ซื้อ" พร้อมราคาเป้าหมาย $192 และ Bernstein ที่ให้ราคาเป้าหมาย $162 ซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ
มุมมองทางเทคนิคที่สวนทาง
อย่างไรก็ตาม สัญญาณทางเทคนิคในระยะสั้นกลับบ่งชี้ไปในทิศทางตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง กราฟรายวันและรายสัปดาห์แสดงสัญญาณ "ขายรุนแรง" (Strong Sell) โดยดัชนี RSI อยู่ที่ 38.05 ซึ่งใกล้เข้าสู่ภาวะขายมากเกินไป (oversold) ขณะที่ MACD และ ADX ต่างยืนยันถึงแนวโน้มขาลงที่แข็งแกร่ง สัญญาณบวกเพียงอย่างเดียวมาจากกราฟรายเดือน ซึ่งสนับสนุนทฤษฎีการฟื้นตัวในระยะยาวมากกว่าการดีดตัวในระยะสั้น
โดยสรุป สถานการณ์นี้สะท้อนภาพความขัดแย้งระหว่างการวางตำแหน่งของนักลงทุนรายใหญ่ในตลาดออปชันที่คาดหวังการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วโดยมีผลประกอบการเป็นปัจจัยกระตุ้น กับแนวโน้มราคาและสัญญาณทางเทคนิคในปัจจุบันที่ยังคงเป็นขาลงอย่างชัดเจน
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้