Story

ยูเครนจัดตั้งหน่วยบัญชาการโจมตีระยะไกล มุ่งเป้าโครงสร้างพื้นฐานพลังงานรัสเซีย

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 13, 20261 min read
ใช้ AI ช่วย ตรวจโดยบรรณาธิการอ้างอิงจาก Investing.comตรวจสอบโดย TrustFinance
ยูเครนจัดตั้งหน่วยบัญชาการโจมตีระยะไกล มุ่งเป้าโครงสร้างพื้นฐานพลังงานรัสเซีย
Text size
Background

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ประกาศการจัดตั้งหน่วยบัญชาการพิเศษสำหรับ “การโจมตีระยะไกล” ภายในกองทัพอย่างเป็นทางการ การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นในขณะที่ปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโลจิสติกส์ของรัสเซียเริ่มส่งผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้รัฐบาลมอสโกต้องสั่งห้ามการส่งออกน้ำมันดีเซลและจำกัดการเดินเรือในทะเลอาซอฟ

“วันนี้ ผมได้ลงนามในกฤษฎีกาจัดตั้งหน่วยบัญชาการพิเศษภายในกองทัพ ซึ่งเป็นหน่วยบัญชาการที่มุ่งเป้าไปที่การสร้างผลกระทบระยะไกล และในทางปฏิบัติคือผลกระทบระดับโลกต่อรัสเซีย เพื่อตอบโต้สงครามครั้งนี้” เซเลนสกีกล่าวในแถลงการณ์ประจำวัน พร้อมเสริมว่าหน่วยงานใหม่นี้จะต้อง “ทุ่มทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมด 100% เพื่อลดทอนขีดความสามารถในการทำสงครามของรัสเซียต่อไป”

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดพลังงานรัสเซีย

ปฏิบัติการโจมตีของยูเครนที่ทวีความรุนแรงขึ้นได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคพลังงานและเศรษฐกิจของรัสเซียอย่างมีนัยสำคัญ โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา รัสเซียได้ประกาศห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลเพื่อรักษาเสถียรภาพอุปทานในประเทศ หลังจากเกิดภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงในแคว้นไครเมียที่ถูกยึดครองและอีกหลายภูมิภาค

จากการคำนวณของรอยเตอร์สและแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมสองรายระบุว่า กำลังการผลิตน้ำมันเบนซินในประเทศของรัสเซียลดลงเหลือประมาณ 65% ของกำลังการผลิตทั้งหมด อันเป็นผลมาจากการโจมตีโรงกลั่นหลายแห่ง นอกจากนี้ การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงเกือบ 50 ลำในรอบ 5 วันที่ผ่านมาในทะเลอาซอฟ ยังส่งผลให้รัสเซียต้องระงับการเดินเรือผ่านช่องทางเชื่อมระหว่างแม่น้ำดอนกับทะเลอาซอฟเป็นการชั่วคราว

Sample IUX Markets – In-articleAd
  • การโจมตีล่าสุด: เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กองทัพยูเครนรายงานการโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน Ilsky ในแคว้นครัสโนดาร์ และศูนย์อุตสาหกรรมน้ำมัน Ust-Luga ในแคว้นเลนินกราด ซึ่งทั้งสองแห่งเป็นเป้าหมายที่ถูกโจมตีบ่อยครั้ง
  • ผลกระทบต่อการส่งออก: แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมส่งออกธัญพืชระบุว่า การระงับการเดินเรืออาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าวสาลีของรัสเซียในพื้นที่ดังกล่าวเกือบ หนึ่งในสี่ ซึ่งถือเป็นการสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อเศรษฐกิจของรัสเซีย

บริบทและแนวโน้มในอนาคต

การจัดตั้งหน่วยบัญชาการใหม่นี้ถือเป็นการยกระดับยุทธศาสตร์ของยูเครนอย่างเป็นทางการ จากเดิมที่เป็นการโจมตีด้วยโดรนที่เกิดขึ้นเกือบรายวัน ไปสู่การปฏิบัติการที่มีโครงสร้างและเป้าหมายชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งเคียฟมองว่าเป็นการ “คว่ำบาตรระยะไกล” ต่อแหล่งรายได้หลักที่สนับสนุนการทำสงครามของรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่ายูเครนสามารถพลิกสถานการณ์ของสงครามได้โดยสมบูรณ์ เนื่องจากยูเครนเองยังคงเผชิญกับความท้าทายจากการขาดแคลนระบบป้องกันภัยทางอากาศและยังคงเสี่ยงต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซีย ซึ่งเซเลนสกีเรียกว่าเป็นความได้เปรียบสุดท้ายของมอสโกในสงครามครั้งนี้

Back to latest news

LATEST