Story
ยูเครนตั้งหน่วยบัญชาการโจมตีพิสัยไกล มุ่งตัดท่อน้ำเลี้ยงเศรษฐกิจรัสเซีย

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ประกาศจัดตั้งหน่วยบัญชาการ "โจมตีระยะไกล" ภายในกองทัพอย่างเป็นทางการ การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นในขณะที่ปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโลจิสติกส์ของรัสเซียโดยยูเครนเริ่มส่งผลกระทบอย่างรุนแรง จนทำให้รัฐบาลมอสโกต้องสั่งห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลและจำกัดการเดินเรือในทะเลอาซอฟ
ยกระดับการโจมตีสู่ใจกลางรัสเซีย
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ยูเครนได้ใช้โดรนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญทั่วรัสเซีย ซึ่งอยู่ห่างจากแนวรบหลายพันกิโลเมตร โดยยูเครนระบุว่านี่คือมาตรการคว่ำบาตรระยะไกลต่อแหล่งรายได้หลักที่สนับสนุนการทำสงครามของรัสเซีย การจัดตั้งหน่วยบัญชาการใหม่นี้ถือเป็นการยกระดับและจัดระบบการโจมตีดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ประธานาธิบดีเซเลนสกีกล่าวในแถลงการณ์ว่า "วันนี้ ผมได้ลงนามในกฤษฎีกาจัดตั้งหน่วยบัญชาการพิเศษ... โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลกระทบระยะไกลและในทางปฏิบัติคือทั่วโลกต่อรัสเซีย เพื่อตอบโต้สงครามครั้งนี้" พร้อมเสริมว่า "หน่วยบัญชาการนี้จะต้องทุ่มทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมด 100% เพื่อลดทอนขีดความสามารถของรัสเซียในการทำสงครามต่อไป"
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานการโจมตีเกือบรายวัน โดยล่าสุดเสนาธิการทหารของยูเครนระบุว่าได้โจมตีโรงกลั่นน้ำมันอิลสกี (Ilsky) ในแคว้นครัสโนดาร์ และโรงกลั่นน้ำมันอุสต์-ลูกา (Ust-Luga) ในแคว้นเลนินกราด รวมถึงคลังน้ำมันในแคว้นรอสตอฟ
ผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย
Adการโจมตีอย่างต่อเนื่องได้สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อเศรษฐกิจของรัสเซีย โดยเฉพาะในภาคพลังงานและโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศ ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนประกอบด้วย:
- การสั่งห้ามส่งออก: เมื่อวันพุธที่ผ่านมา รัสเซียได้ประกาศห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล เพื่อสำรองอุปทานในประเทศ หลังจากเกิดภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงอย่างหนักในหลายพื้นที่ รวมถึงคาบสมุทรไครเมียที่ถูกยึดครอง
- กำลังการผลิตลดลง: แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมและข้อมูลจากการคำนวณของรอยเตอร์สชี้ว่า กำลังการผลิตน้ำมันเบนซินในประเทศของรัสเซียลดลงเหลือเพียงประมาณ 65% ของศักยภาพทั้งหมด อันเป็นผลมาจากการโจมตีโรงกลั่นหลายแห่ง
- การขนส่งทางทะเลหยุดชะงัก: โรเบิร์ต โบรฟดี ผู้บัญชาการหน่วยโดรนของยูเครน เปิดเผยว่าในช่วง 5 วันที่ผ่านมา มีการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 10 ลำในทะเลอาซอฟ ส่งผลให้รัสเซียต้องระงับการเดินเรือผ่านช่องทางที่เชื่อมระหว่างแม่น้ำดอนกับทะเลอาซอฟเป็นการชั่วคราว
- ความเสี่ยงต่อการส่งออกธัญพืช: ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าการหยุดชะงักของเส้นทางเดินเรือดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าวสาลีของรัสเซียในพื้นที่นั้นเกือบ หนึ่งในสี่ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ซ้ำเติมเศรษฐกิจของรัสเซีย
บริบทและมุมมองในอนาคต
ความสำเร็จในการโจมตีระยะไกลถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญของยูเครนเมื่อเทียบกับช่วงเริ่มต้นของสงคราม อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าสถานการณ์ได้พลิกผันอย่างเด็ดขาดแล้ว
ยูเครนยังคงเผชิญกับความท้าทายจากการขาดแคลนระบบป้องกันภัยทางอากาศ และยังคงมีความเสี่ยงสูงต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซีย ซึ่งประธานาธิบดีเซเลนสกีเรียกว่าเป็น "ความได้เปรียบสุดท้าย" ของมอสโกในสงครามครั้งนี้ การจัดตั้งหน่วยบัญชาการใหม่จึงเป็นความพยายามที่จะสร้างแรงกดดันและลดทอนความสามารถของรัสเซียให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้