Story

ทรัมป์ประกาศยุติการหยุดยิงกับอิหร่าน แต่ยังเปิดทางเจรจาต่อ ท่ามกลางความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 11, 20261 min read
ใช้ AI ช่วย ตรวจโดยบรรณาธิการอ้างอิงจาก Investing.comตรวจสอบโดย TrustFinance
ทรัมป์ประกาศยุติการหยุดยิงกับอิหร่าน แต่ยังเปิดทางเจรจาต่อ ท่ามกลางความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ
Text size
Background

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้ตกลงที่จะเจรจากันต่อไป แม้ความขัดแย้งจะทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ก็ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าข้อตกลงหยุดยิงที่ทำไว้เมื่อเดือนที่แล้วได้ สิ้นสุดลงแล้ว

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค และส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงานโลก หลังจากเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันหลายครั้งในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ

สถานการณ์ล่าสุดและการเจรจา

ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า "สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านได้ร้องขอให้เราเจรจาต่อ เราได้ตกลงที่จะทำเช่นนั้น แต่สหรัฐฯ ได้แจ้งกับพวกเขาอย่างชัดเจนว่า การหยุดยิงสิ้นสุดลงแล้ว!" อย่างไรก็ตาม ทางการอิหร่านได้ออกมาโต้แย้งคำกล่าวของทรัมป์ โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า อิหร่านไม่ได้เป็นฝ่ายร้องขอการเจรจา แต่ได้ตกลงที่จะต้อนรับผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์ในกรุงเตหะราน

แหล่งข่าวเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ผู้แทนจากกาตาร์ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ในอิหร่านเมื่อวันศุกร์เพื่อคลี่คลายความตึงเครียด ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ได้ยกระดับข้อเรียกร้อง โดยต้องการให้อิหร่านประกาศต่อสาธารณะว่าจะยุติการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และเปิดเส้นทางเดินเรือทั้งหมดโดยไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง

ความขัดแย้งล่าสุดปะทุขึ้นหลังจากเรือบรรทุกน้ำมันของกาตาร์และซาอุดีอาระเบีย 3 ลำถูกโจมตี นำไปสู่การตอบโต้ทางทหารจากทั้งสองฝ่าย โดยสหรัฐฯ ได้โจมตีฐานที่ตั้งทางทหารในอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย และบาดเจ็บ 115 ราย ตามข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขของอิหร่าน ก่อนที่อิหร่านจะยิงโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับเพื่อเป็นการตอบโต้

Sample IUX Markets – In-articleAd

ผลกระทบต่อตลาดน้ำมัน

ความไม่แน่นอนใน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่รองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 1 ใน 5 ของโลกก่อนเกิดสงคราม ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 8 สัปดาห์ สร้างแรงกดดันต่อผู้บริโภคโดยเฉพาะในสหรัฐฯ

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) รายงานว่า ปริมาณคงคลังน้ำมันเบนซินของสหรัฐฯ ลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีเกือบ 10 ล้านบาร์เรล สะท้อนให้เห็นถึงอุปทานที่ตึงตัวในตลาด

สำหรับนักลงทุน สถานการณ์ที่เปราะบางในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความขัดแย้งที่บานปลายอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานโลกและนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้

Back to latest news

LATEST