Story
จับตาตลาดหุ้นเดือนกันยายน: สถิติในอดีตชี้เป็นเดือนที่อ่อนแอที่สุด ท่ามกลางความผันผวนปี 2026

Summary
เดือนกันยายนมักเป็นเดือนที่เลวร้ายที่สุดสำหรับตลาดหุ้นตามสถิติในอดีต ซึ่งสอดคล้องกับความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในปี 2026 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลพื้นฐานชี้ว่าการเทขายสินทรัพย์ทั้งหมดอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับนักลงทุน
เดือนกันยายนมีชื่อเสียงในอดีตว่าเป็นเดือนที่ตลาดหุ้นทำผลงานได้ย่ำแย่ที่สุด ซึ่งเป็นแนวโน้มที่น่าจับตามองเป็นพิเศษเมื่อพิจารณาถึงความผันผวนที่กลับมาอีกครั้งในปีนี้ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเทขายสินทรัพย์ทั้งหมดอาจเป็นปฏิกิริยาที่มาจากอารมณ์มากกว่าการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานอย่างมีเหตุผล
อาถรรพ์เดือนกันยายน (September Effect)
ข้อมูลในอดีตชี้ให้เห็นว่าเดือนกันยายนเป็นเดือนเดียวที่ดัชนี S&P 500 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบอย่างสม่ำเสมอในรอบศตวรรษที่ผ่านมา ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "September Effect" นี้ได้รับการบันทึกไว้อย่างดี โดย Investing.com ระบุว่านับตั้งแต่ปี 1928 ดัชนี S&P 500 มีผลตอบแทนเฉลี่ยขาดทุนประมาณ -1% ในเดือนกันยายน
โดยทั่วไปแล้ว ความอ่อนแอของตลาดในเดือนนี้มักเกิดจากการที่นักลงทุนปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับช่วงสิ้นปี ประกอบกับปฏิกิริยาต่อข่าวเศรษฐกิจมหภาคที่มักจะประกาศออกมาหลังช่วงวันหยุดฤดูร้อน
ความผันผวนกลับมาอีกครั้งในปี 2026
ภาวะตลาดในปัจจุบันสะท้อนถึงบรรยากาศการลงทุนที่ซบเซาลง ข้อมูลจาก Investing.com ชี้ว่าดัชนี S&P 500 มีแนวโน้มปรับตัวลดลง 7% ในไตรมาสแรกของปี 2026 ซึ่งจะเป็นไตรมาสที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 ท่ามกลางแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อ ความเสี่ยงด้านสงคราม และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI
Adหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายตัวเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก เช่น Microsoft (MSFT) และ Tesla (TSLA) ที่ปรับตัวลดลงกว่า 20% ในไตรมาสแรก ขณะที่ภาพรวมความกว้างของตลาด (Market Breadth) แสดงให้เห็นว่ามีหุ้นในดัชนี S&P 500 เพียง 28.6% เท่านั้นที่ทำผลงานได้ดีกว่าตัวดัชนีเอง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของตลาด
มุมมองสำหรับนักลงทุน: ยังไม่ใช่เวลาเทขายทั้งหมด
แม้ว่าสถิติในอดีตและความผันผวนในปัจจุบันจะสร้างแรงกดดัน แต่การเทขายสินทรัพย์ทั้งหมดอาจไม่ใช่กลยุทธ์ที่เหมาะสม ข้อมูลชี้ให้เห็นถึงความอ่อนแอที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด ไม่ใช่การพังทลายของตลาดในวงกว้าง
- หุ้นรายตัวยังแข็งแกร่ง: แม้ตลาดโดยรวมจะซบเซา แต่หุ้นชั้นนำอย่าง NVIDIA (NVDA) และ Apple (AAPL) ยังคงให้ผลตอบแทนเป็นบวกในระดับสองหลักเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี
- การประเมินมูลค่า: มูลค่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Mega-cap) ยังคงอยู่ในระดับสูง แต่ความอ่อนตัวล่าสุดของหุ้นบางตัว เช่น Alphabet (GOOGL) อาจเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนระยะยาว
- สัญญาณทางเทคนิค: หุ้นบางตัวเริ่มส่งสัญญาณภาวะขายมากเกินไป (Oversold) ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงโอกาสในการฟื้นตัวมากกว่าการส่งสัญญาณให้เทขาย
โดยสรุป แม้ประวัติศาสตร์จะเตือนให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวังในเดือนกันยายน แต่ข้อมูลปัจจุบันชี้ว่านักลงทุนควรเน้นการบริหารความเสี่ยงและการกระจายการลงทุนอย่างรอบคอบ แทนที่จะตัดสินใจเทขายสินทรัพย์ทั้งหมดด้วยอารมณ์ ซึ่งมักนำไปสู่ความผิดพลาดในการลงทุนครั้งใหญ่ได้
Read next
More on หุ้น
ธนาคารแห่งอเมริกาเตือนว่า บริษัทโทรคมนาคมในยุโรปกำลังเผชิญแรงกดดันด้านราคาจากปัญญาประดิษฐ์ (AI)
นักวิเคราะห์จาก Bank of America รายงานว่า แม้ว่าตัวแทน AI อาจทำให้ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้บริการของบริษัทโทรคมนาคมในยุโรปมากขึ้น เนื่องจากทำให้การเปรียบเทียบราคาทำได้ง่ายขึ้น แต่เทคโนโลยีนี้ก็ยังเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับการขายและการรักษาฐานลูกค้าแบบเฉพาะบุคคลอีกด้วย

กลุ่มแฮกเกอร์ ShinyHunters กลับมาโจมตีช่องโหว่ในระบบ Oracle PeopleSoft อีกครั้ง ตามรายงานของ Mandiant บริษัทในเครือ Google
หน่วยงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของ Google อย่าง Mandiant รายงานว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์ ShinyHunters ได้กลับมาโจมตีและปรับเปลี่ยนวิธีการโจมตีช่องโหว่ที่รู้จักกันดีในซอฟต์แวร์ PeopleSoft ของ Oracle โดยมุ่งเป้าไปที่องค์กรที่ไม่ได้ติดตั้งแพทช์ความปลอดภัยอย่างครบถ้วน

หุ้น Manulife ปรับตัวสูงขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนข้ามพรมแดน
หุ้นของ Manulife Financial ปรับตัวสูงขึ้นในวันอังคาร โดยได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในตลาดสหรัฐฯ มากกว่าข่าวเฉพาะเจาะจงใดๆ ของบริษัท การเคลื่อนไหวของหุ้นยังได้รับการสนับสนุนจากแนวโน้มทางเทคนิคที่เป็นบวกและการจัดอันดับเชิงบวกจากนักวิเคราะห์ด้วย

สหภาพแรงงานเอสคอนดิดาปฏิเสธข้อเสนอของ BHP ที่จะระงับการเจรจาหลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
สหภาพแรงงานที่เหมืองทองแดงเอสคอนดิดา ซึ่งเป็นเหมืองทองแดงที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ปฏิเสธคำขอจากบริษัท บีเอชพี ผู้ดำเนินการเหมือง ที่ขอให้เลื่อนการเจรจาสัญญาออกไป หลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงเมื่อต้นสัปดาห์นี้ สหภาพแรงงานกล่าวหาบริษัทว่าใช้โศกนาฏกรรมดังกล่าวเพื่อยืดเวลาการเจรจาต่อรองร่วมกัน