Story
รัสเซียใช้โดรนไฟเบอร์ออปติกเลี่ยงการป้องกัน โจมตีสถานีไฟฟ้าแรงสูงของยูเครน

รัสเซียได้พัฒนากลยุทธ์ใหม่ในการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน โดยใช้โดรนขนาดเล็กที่ควบคุมผ่านสายไฟเบอร์ออปติกเพื่อหลบเลี่ยงระบบป้องกันและสร้างความเสียหายให้กับสถานีไฟฟ้าย่อยแรงสูงในแคว้นซูมี (Sumy) ซึ่งเป็นพื้นที่สู้รบทางตอนเหนือของประเทศ ข้อมูลดังกล่าวมาจากการวิเคราะห์ข้อมูลเปิดเผย (open-source) ที่ได้รับการตรวจสอบโดย Centre for Information Resilience (CIR) และยืนยันโดยสำนักข่าวรอยเตอร์
กลยุทธ์ใหม่ที่ยากต่อการป้องกัน
โดรนประเภท First Person View (FPV) ที่ควบคุมด้วยสายไฟเบอร์ออปติกมีความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบจากระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่ยูเครนใช้เพื่อรบกวนสัญญาณวิทยุควบคุมโดรนทั่วไป ตราบใดที่สายเคเบิลที่บางและโปร่งแสงไม่ถูกตัดหรือพันกัน
จากการวิเคราะห์ของ CIR ซึ่งเป็นกลุ่มสืบสวนจากข้อมูลเปิดเผยในลอนดอน พบว่ารัสเซียใช้โดรนตัวแรกเพื่อเจาะตาข่ายป้องกันให้เป็นรูก่อน แล้วจึงส่งโดรนตัวที่สองบินลอดผ่านช่องว่างนั้นเข้าไปยังเป้าหมายสำคัญภายใน ซึ่งก็คือ หม้อแปลงอัตโนมัติ (autotransformer) ซึ่งเป็นหัวใจของสถานีไฟฟ้า
- ความคุ้มค่าในการโจมตี: โดรน FPV ที่ใช้สายไฟเบอร์ออปติกอาจมีราคาเพียง 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ
- มูลค่าความเสียหาย: การทำลายหม้อแปลงอัตโนมัติในสถานีไฟฟ้าขนาด 330 กิโลโวลต์ (kV) เพียงเครื่องเดียว อาจสร้างความเสียหายมูลค่าสูงถึง 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทำให้สถานีทั้งหน่วยไม่สามารถใช้งานได้
ผลกระทบต่อโครงข่ายไฟฟ้า
AdCIR ได้ตรวจสอบยืนยันการโจมตีลักษณะนี้แล้ว 4 ครั้งบนสถานีไฟฟ้าย่อยขนาดใหญ่ 330 kV ที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนา และอีกอย่างน้อย 4 ครั้งบนสถานีขนาดเล็ก 110 kV โดยตำแหน่งที่ถูกโจมตีอยู่ห่างจากแนวหน้าเป็นระยะทาง 16 ถึง 26 กิโลเมตร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพิสัยการโจมตีที่เพิ่มขึ้นของโดรนขนาดเล็กประเภทนี้
นายโอเล็กซานเดอร์ คาร์เชนโก ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพลังงานในกรุงเคียฟ กล่าวว่า การทำลายหม้อแปลงอัตโนมัติจะส่งผลให้สถานีไฟฟ้าย่อยทั้งระบบหยุดทำงาน ขณะที่นายโจชัว สไครเวน นักวิเคราะห์จาก CIR ให้ความเห็นว่า กลยุทธ์นี้ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการใหญ่ของรัสเซียที่ต้องการตัดขาดภูมิภาคต่างๆ ของยูเครนออกจากโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติ และทำให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างโดยการโจมตีโรงไฟฟ้าในท้องถิ่น
บริบทและสถานการณ์ในพื้นที่
การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนโดยรัสเซียเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงสงคราม เพื่อตอบโต้ ยูเครนได้สร้างโครงสร้างคอนกรีตขนาดใหญ่และตาข่ายคลุมหม้อแปลงแรงสูงไว้ อย่างไรก็ตาม ยุทธวิธีใหม่นี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัสเซียในการปรับตัวเพื่อเอาชนะมาตรการป้องกันดังกล่าว
รัฐมนตรีกลาโหมของยูเครนระบุว่า สถานการณ์ความปลอดภัยในแคว้นซูมีเลวร้ายลงในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยกล่าวว่าเป้าหมายของรัสเซียคือการสร้างความหวาดกลัวและทำให้การใช้ชีวิตในพื้นที่ชายแดนเป็นไปไม่ได้ ทั้งนี้ ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เคยออกหมายจับผู้บัญชาการทหารระดับสูงของรัสเซียจากการโจมตีโครงข่ายไฟฟ้าของยูเครนในช่วงปี 2022-2023 มาแล้ว