Story
RBC ปรับพอร์ต S&P 500 ครั้งใหญ่ ชูหุ้น 'เทคโนโลยี' ลดน้ำหนัก 'สาธารณูปโภค'

RBC Capital Markets ได้ทำการปรับเปลี่ยนมุมมองการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมของดัชนี S&P 500 ครั้งสำคัญ โดยปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยี (Technology) ขึ้นเป็น Overweight (เพิ่มน้ำหนักการลงทุน) และยกให้เป็นกลุ่มเติบโต (Growth) ที่น่าสนใจที่สุดสำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2026
เทคโนโลยีขึ้นแท่นกลุ่มลงทุนหลัก
นักกลยุทธ์ ลอรี คาลวาซินา (Lori Calvasina) จาก RBC ระบุว่า การปรับเพิ่มน้ำหนักกลุ่มเทคโนโลยีมีเหตุผลสำคัญจากการที่กลุ่มนี้มีสัดส่วนมูลค่าตลาดคิดเป็น มากกว่าหนึ่งในสามของดัชนี S&P 500 ทั้งหมด ทำให้เป็นการยากที่จะมีมุมมองเชิงบวกต่อภาพรวมของดัชนีโดยปราศจากมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มเทคโนโลยี
ปัจจัยสนับสนุนการปรับเพิ่มน้ำหนักครั้งนี้ ได้แก่:
- แนวโน้มการปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) และรายได้ที่แข็งแกร่ง
- การฟื้นตัวของกระแสเงินทุนไหลเข้า (Fund Inflows)
- มุมมองเชิงบวกจากผลสำรวจนักวิเคราะห์ของ RBC เอง
แม้ว่ามูลค่า (Valuation) ของหุ้นในกลุ่มนี้จะไม่ได้ถูก แต่ RBC มองว่าอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) โดยเฉลี่ยนั้นอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ลดน้ำหนัก 'สาธารณูปโภค' และ 'สื่อสาร'
Adในทางกลับกัน RBC ได้ปรับลดน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มสาธารณูปโภค (Utilities) ลงเป็น Underweight (ลดน้ำหนักการลงทุน) โดยให้เหตุผลว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีราคาแพงที่สุดในดัชนี S&P 500 ประกอบกับมุมมองของนักวิเคราะห์ที่เป็นกลาง และกระแสเงินทุนที่อ่อนแอในช่วงที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน กลุ่มบริการสื่อสาร (Communication Services) ถูกปรับลดน้ำหนักจาก Overweight ลงมาเป็น Market Weight (น้ำหนักเท่าตลาด) หลังจากพบสัญญาณอ่อนตัวในการปรับประมาณการกำไรต่อหุ้น และผลสำรวจมุมมองนักวิเคราะห์ที่ออกมาเป็นลบ
มุมมองต่อตลาดโดยรวม
RBC ยังได้ปรับเพิ่มน้ำหนักกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Discretionary) จาก Underweight ขึ้นเป็น Market Weight โดยคาลวาซินาระบุว่าข้อมูลจากผลสำรวจความเชื่อมั่นเริ่มมีสัญญาณของการพยายามทรงตัว
สำหรับภาพรวมตลาด RBC ยังคงราคาเป้าหมาย 12 เดือนของดัชนี S&P 500 ไว้ที่ 8,150 จุด และระบุว่ากำลังจับตาสัญญาณการกลับมาเป็นผู้นำตลาดของกลุ่มหุ้นเติบโตขนาดใหญ่ (Mega-cap Growth) อีกครั้ง