Story
หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ OpenAI เตือน AI ใกล้ถึงจุด "วิวัฒนาการด้วยตนเอง" อุตสาหกรรมเผชิญทางสองแพร่ง

ยาคุบ พาโชกี้ (Jakub Pachocki) หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ OpenAI ได้ออกมาเตือนอย่างจริงจังว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังมีวิวัฒนาการอย่างรวดเร็วจนเกินกว่าความสามารถของมนุษย์ที่จะทำความเข้าใจและควบคุมได้ทัน เขาคาดการณ์ว่าห้องปฏิบัติการ AI อาจจำเป็นต้องชะลอการพัฒนาลงโดยสมัครใจด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
คำเตือนถึง "การปรับปรุงตนเองแบบเวียนเกิด"
พาโชกี้ระบุในบทความที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ว่า ในช่วงเวลาอันสั้น โมเดล AI สามารถควบคุมคอมพิวเตอร์ ทำงานร่วมกับมนุษย์และ AI อื่นๆ รวมถึงดำเนินโครงการวิจัยได้แล้ว เขากล่าวเสริมว่าอีกไม่นาน AI จะมีความสามารถในการพัฒนาและปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องมีการแทรกแซงจากมนุษย์ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เรียกว่า "การปรับปรุงตนเองแบบเวียนเกิด" (Recursive Self-Improvement)
กระบวนการดังกล่าวถูกมองว่าเป็นเส้นทางสำคัญสู่การสร้างปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (AGI) และอาจนำไปสู่ "การระเบิดของความฉลาด" (Intelligence Explosion) ที่เทคโนโลยีจะพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด พาโชกี้เขียนว่า "นี่เป็นช่วงเวลาที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง" และแสดงความกังวลว่ายังไม่มีใครพร้อมรับมือกับผลที่ตามมาอย่างแท้จริง
อุตสาหกรรมเสียงแตก: ระหว่าง "ชะลอ" กับ "เร่งเครื่อง"
ท่าทีของพาโชกี้สอดคล้องกับผู้บริหารระดับสูงในวงการ AI หลายราย เช่น ดาริโอ อโมเด (Dario Amodei) ซีอีโอของ Anthropic ที่เคยเตือนว่า AI อาจเข้ามาแทนที่ตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นได้ถึงครึ่งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา การแข่งขันในอุตสาหกรรมกลับทวีความรุนแรงขึ้น
Ad- ฝ่ายเรียกร้องให้ชะลอ: Anthropic เผยแพร่บทความในเดือนมิถุนายนที่แสดงให้เห็นว่า AI ของตนมีส่วนร่วมในการวิจัยและพัฒนา AI เองแล้ว พร้อมเรียกร้องให้สังคมพิจารณาชะลอหรือหยุดการพัฒนา AI ล้ำสมัยชั่วคราว ขณะที่ OpenAI เองก็ยอมรับในงานวิจัยเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 ว่าพบ "สัญญาณเริ่มต้น" ของการปรับปรุงตนเองแบบเวียนเกิดในระบบปัจจุบันแล้ว และได้จำกัดการเปิดตัวโมเดลล่าสุดอย่าง GPT-6 Astra เนื่องจากความสามารถด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สูงเกินไป
- ฝ่ายเร่งพัฒนา: ในทางกลับกัน ซีอีโอของ SoftBank Group ได้ปรับแก้การคาดการณ์ของตนเอง โดยเชื่อว่าซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์อาจเกิดขึ้นภายในสองปี ขณะที่ซีอีโอของ Nvidia ประกาศว่า "ยุคของ AGI มาถึงแล้ว" นอกจากนี้ กระแสเงินลงทุนมหาศาลยังคงหลั่งไหลเข้าสู่สตาร์ทอัปที่มุ่งเน้นการพัฒนา AI ที่ปรับปรุงตัวเองได้ เช่น Inherent ที่ระดมทุนได้ 50 ล้านดอลลาร์ และ Recursive Superintelligence ที่ระดมทุนได้ถึง 650 ล้านดอลลาร์
นัยยะต่อนักลงทุน
ความขัดแย้งนี้สะท้อนถึงสภาวะการณ์สำคัญในภาคส่วน AI ซึ่งเต็มไปด้วยศักยภาพมหาศาลแต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงในระยะยาว การลงทุนจำนวนมากในสตาร์ทอัปด้าน AI ที่พัฒนาตนเองได้ ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของตลาดต่อเส้นทางสู่ AGI
อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทชั้นนำอย่าง OpenAI และ Anthropic แสดงความกังวลและเริ่มจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีของตนเอง อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นในอนาคต หรือการควบคุมตนเองของอุตสาหกรรม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกรอบเวลาในการพัฒนาและการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด นักลงทุนจึงควรติดตามการถกเถียงนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมันสามารถส่งผลต่อภูมิทัศน์การแข่งขันและการประเมินมูลค่าของบริษัทในกลุ่ม AI ได้โดยตรง
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้