Story
ราคาน้ำมันปรับขึ้น จับตาอุปทานฟื้นตัวและแนวโน้มอุปสงค์

ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในวันอังคาร แต่การเพิ่มขึ้นยังคงอยู่ในกรอบจำกัด เนื่องจากนักลงทุนเริ่มมองข้ามความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง และหันไปให้ความสำคัญกับแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของอุปทานและอุปสงค์ สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เพิ่มขึ้น 28 เซนต์ หรือ 0.39% มาอยู่ที่ 72.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 29 เซนต์ หรือ 0.26% แตะที่ 68.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ลดลงได้ช่วยคลายความกังวลในตลาด อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าตลาดยังคงระมัดระวังต่อเสถียรภาพของสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากความไม่แน่นอนในความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ นักลงทุนยังคงจับตาการเจรจาเกี่ยวกับการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด
ในด้านอุปทาน มีสัญญาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้เพิ่มการผลิตน้ำมันดิบในเดือนมิถุนายนสู่ระดับกว่า 3.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2020 นอกจากนี้ กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร หรือโอเปกพลัส (OPEC+) ได้ตกลงที่จะเพิ่มเป้าหมายการผลิตอีก 188,000 บาร์เรลต่อวันตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป
Adขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียได้ปรับลดราคาขายอย่างเป็นทางการ (OSP) สำหรับน้ำมันดิบ Arab Light ที่ส่งมอบให้เอเชียในเดือนสิงหาคมลงอย่างมาก ซึ่งเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่าสองทศวรรษ นักวิเคราะห์ชี้ว่า ปัจจัยต่อไปที่จะกำหนดทิศทางราคาคือการตอบสนองของอุปสงค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศจีน ซึ่งตลาดกำลังจับตาสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ