Story
Occidental เผยราคาขายน้ำมันดิบไตรมาส 2 พุ่ง 38% รับอานิสงส์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

Occidental Petroleum (OXY) ผู้ผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดานของสหรัฐฯ เปิดเผยในเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลว่า ราคาขายน้ำมันดิบเฉลี่ยทั่วโลกของบริษัทในไตรมาสที่ 2 พุ่งขึ้น 38.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากราคาน้ำมันดิบอ้างอิงในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
ปัจจัยหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
ราคาน้ำมันในตลาดโลกได้รับแรงหนุนจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งได้เพิ่มค่าพรีเมียมความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk premium) เข้าไปในตลาดพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความกังวลต่ออุปทานน้ำมันที่อาจหยุดชะงัก โดยเฉพาะการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบประมาณหนึ่งในห้าของโลก
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบอ้างอิงเบรนท์ (Brent crude) มีราคาปิดเฉลี่ยอยู่ที่ $96.68 ต่อบาร์เรลในช่วงไตรมาสที่ 2 (เมษายน-มิถุนายน) ซึ่งเพิ่มขึ้น 23% จากไตรมาสแรกของปี
สรุปราคาพลังงานของ Occidental
Adรอยเตอร์สรายงานโดยอ้างอิงเอกสารของบริษัทฯ ซึ่งสรุปตัวเลขราคาขายเฉลี่ย (realized prices) ที่สำคัญในไตรมาสที่ 2 ไว้ดังนี้:
- ราคาน้ำมันดิบ: เฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ $96.78 ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจาก $69.91 ต่อบาร์เรลในไตรมาสก่อนหน้า
- ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (NGLs): เฉลี่ยทั่วโลกเพิ่มขึ้นเกือบ 30% มาอยู่ที่ $24.64 ต่อบาร์เรล จากเดิม $18.99 ต่อบาร์เรล
- ราคาก๊าซธรรมชาติ: เฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ ติดลบ $0.80 ต่อล้านลูกบาศก์ฟุต (mcf) ซึ่งพลิกกลับจากไตรมาสก่อนที่เคยเป็นบวก $1.20 ต่อ mcf
ความหมายต่อนักลงทุน
การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของราคาขายน้ำมันดิบและ NGLs คาดว่าจะส่งผลบวกโดยตรงต่อรายได้และกระแสเงินสดของ Occidental ในไตรมาสที่ 2 อย่างไรก็ตาม ราคาขายก๊าซธรรมชาติที่ติดลบเป็นประเด็นที่น่าจับตามอง ซึ่งอาจสะท้อนถึงภาวะอุปทานล้นตลาดหรือปัญหาโครงสร้างพื้นฐานในบางพื้นที่ และอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรโดยรวมของบริษัทได้ นักลงทุนจะรอติดตามการประกาศผลประกอบการฉบับเต็มเพื่อประเมินผลกระทบสุทธิต่อสถานะทางการเงินของบริษัทต่อไป