Story
หุ้น Micron ร่วงแรงตาม SK Hynix ท่ามกลางแรงกดดันจากนักลงทุน Short-sell และการขายของผู้บริหาร

ราคาหุ้น Micron Technology (MU) ร่วงลง 5.1% ในการซื้อขายล่วงหน้าก่อนเปิดตลาดสหรัฐฯ โดยได้รับแรงกดดันหลักจากการเทขายหุ้นของ SK Hynix ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญในธุรกิจหน่วยความจำจากเกาหลีใต้
การดิ่งลงของ SK Hynix ฉุดทั้งกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์
หุ้นของ SK Hynix ในตลาดเกาหลีใต้ดิ่งลงอย่างรุนแรงกว่า 15% ในวันจันทร์ ซึ่งนับเป็นการปรับตัวลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท สาเหตุหลักมาจากการที่นักลงทุนเทขายทำกำไร (Profit-taking) หลังจากที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงก่อนการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
การเทขายดังกล่าวส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยฉุดให้ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ร่วงลงถึง 9% จนต้องใช้มาตรการหยุดการซื้อขายชั่วคราว (Circuit Breaker) เป็นเวลา 20 นาที และยังส่งผลกดดันต่อหุ้นในกลุ่มผู้ผลิตหน่วยความจำรายอื่นๆ เช่น SanDisk, Western Digital และ Seagate ให้ปรับตัวลดลงตามไปด้วย
แรงกดดันเฉพาะตัวของ Micron
นอกเหนือจากปัจจัยลบในกลุ่มอุตสาหกรรมแล้ว Micron ยังเผชิญกับแรงกดดันเฉพาะตัวเพิ่มเติมอีกด้วย
Ad- การเปิดสถานะ Short ของนักลงทุนชื่อดัง: Michael Burry นักลงทุน Short-sell ที่มีชื่อเสียง ได้เปิดสถานะ Short position ผ่าน Put option ในหุ้น Micron ใกล้ระดับราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $1,051.87 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม การเคลื่อนไหวดังกล่าวได้รับความสนใจจากตลาดอย่างมากและยิ่งเสริมมุมมองเชิงลบต่อหุ้น
- การขายหุ้นของผู้บริหาร: ข้อมูลระบุว่าการขายหุ้นโดยผู้บริหารระดับสูงของ Micron พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2010 โดย CEO Sanjay Mehrotra ได้ทยอยขายหุ้นจำนวนมากภายใต้แผนการซื้อขายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า (10b5-1) ซึ่งสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนบางส่วน แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง
ภาพรวมตลาดและแนวโน้ม
การปรับตัวลงของ Micron ในครั้งนี้เป็นผลมาจากปัจจัยในกลุ่มอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ เนื่องจากภาพรวมของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงเป็นบวก โดยดัชนี S&P 500, Dow Jones และ Nasdaq ต่างปรับตัวสูงขึ้น
สำหรับแนวโน้มในระยะสั้น คาดว่าบรรยากาศการลงทุนในหุ้น Micron จะยังคงผันผวนตามข้อมูลจากบริษัทคู่แข่งและพลวัตของการลงทุนในธีมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื่องจากบริษัทมีกำหนดการรายงานผลประกอบการครั้งถัดไปในวันที่ 22 กันยายน 2026