Story
หุ้นฮ่องกงร่วง 3% ขณะที่ตลาดเอเชียรอรายงานตัวเลขการจ้างงานที่สำคัญจากสหรัฐฯ

Summary
ตลาดหุ้นเอเชียมีทิศทางผสมผสานในวันศุกร์ โดยดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงร่วงลงอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนเตรียมรับมือกับข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นก็ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดเช่นกัน
ตลาดหุ้นเอเชียแสดงผลที่แตกต่างกันในวันศุกร์ โดยมีการเทขายอย่างหนักในฮ่องกง เนื่องจากนักลงทุนทั่วโลกระมัดระวังมากขึ้นก่อนรายงานการจ้างงานที่สำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ฮ่องกงนำหน้าการลดลงในภูมิภาค
ฮ่องกงเป็นตลาดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในภูมิภาค โดยดัชนี Hang Seng Index ร่วงลง 3% สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 11 สัปดาห์ การลดลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากนักลงทุนกลับมาจากวันหยุดนักขัตฤกษ์เพื่อเผชิญกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้นและความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้รับผลกระทบอย่างหนักเป็นพิเศษ โดยดัชนีย่อย Hang Seng TECH ลดลง 2.5%
ดัชนีหลักอื่นๆ มีการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน:
- ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นลดลง 0.9% ขณะที่ดัชนี TOPIX ลดลง 1.1%
- ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียสวนทาง โดยเพิ่มขึ้น 0.5%
- ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 0.3%
ตลาดหุ้นในจีนแผ่นดินใหญ่และอินเดียปิดทำการเนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ
ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ที่น่าสนใจ
Adสิ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจเป็นหลักคือรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันศุกร์นี้ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของสุขภาพทางเศรษฐกิจและเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ นักเศรษฐศาสตร์ที่สำรวจโดย Investing.com คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเพิ่มงาน 89,000 ตำแหน่งในเดือนกันยายน
ข้อมูลนี้จะกำหนดความคาดหวังเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต จากข้อมูลของ CME FedWatch Tool ตลาดกำลังคาดการณ์โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมอยู่ที่ 25% ซึ่งลดลงอย่างมากจาก 69% ในสัปดาห์ก่อนหน้า แม้ว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมยังคงอยู่ในตลาด
ผลตอบแทนพันธบัตร น้ำมัน และเงินเฟ้อ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น
ผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นยังคงเป็นแหล่งกดดันสำคัญต่อการประเมินมูลค่าหุ้น ดัชนี สหรัฐฯ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 5.34%** ในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002 ก่อนที่จะปรับตัวลดลงเล็กน้อย การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวส่งผลกระทบต่อตลาดโลก
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยังคงทรงตัวอยู่เหนือ 102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ในญี่ปุ่น ข้อมูลที่เพิ่งเปิดเผยแสดงให้เห็นว่าดัชนีราคาผู้บริโภคหลักของโตเกียวเพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในเดือนกันยายน ซึ่งเร่งตัวขึ้นจากเดือนสิงหาคมและสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
Read next
More on หุ้น
รายงานจาก Financial Times ระบุว่า Amazon กำลังพิจารณาขายชิป Nvidia มูลค่า 8 พันล้านดอลลาร์ให้กับนักลงทุน
มีรายงานว่า Amazon กำลังเจรจาเพื่อโอนชิป AI ขั้นสูงของ Nvidia มูลค่าประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์ไปยังบริษัทเฉพาะกิจแห่งหนึ่ง ซึ่งบริษัทดังกล่าวจะเช่าชิปเหล่านั้นกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดภาระในงบดุลของบริษัทท่ามกลางต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานที่พุ่งสูงขึ้น

หุ้น Procrea Holdings แตะระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ หลังมีข่าวการควบรวมกิจการกับธนาคารขนาดใหญ่
หุ้นของ Procrea Holdings พุ่งขึ้นกว่า 8% หลังจากที่ Aomori Michinoku Bank ซึ่งเป็นบริษัทย่อยหลัก ประกาศการเจรจาควบรวมกิจการกับธนาคารระดับภูมิภาคอีกสองแห่ง นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นในทิศทางที่ดีขึ้นเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่นก็เป็นปัจจัยหนุนที่ดีสำหรับภาคส่วนนี้ด้วย

รายงานจาก Financial Times ระบุว่า Amazon กำลังพิจารณาขายสินค้าคงคลังชิปของ Nvidia มูลค่า 8 พันล้านดอลลาร์
มีรายงานว่า Amazon กำลังพยายามขายชิป Nvidia ขั้นสูงมูลค่าประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์ให้กับนักลงทุนผ่านบริษัทใหม่ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างฐานะทางการเงินของบริษัทท่ามกลางการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีต้นทุนสูง

หุ้น TriNet เพิ่มขึ้น 27% ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม จากรายงานของ Investing.com เกี่ยวกับการคัดเลือกแบบจำลอง AI
บริษัทด้านทรัพยากรบุคคล TriNet Group (TNET) มีราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 26.8% นับตั้งแต่ได้รับการคัดเลือกโดยแบบจำลองการเลือกหุ้นที่ขับเคลื่อนด้วย AI เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ตามข้อมูลจาก Investing.com แบบจำลองดังกล่าวชี้ให้เห็นว่ามูลค่าของบริษัทและโมเมนตัมการขายเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนผลการดำเนินงานของบริษัท