Story
หุ้น Halliburton ร่วงสวนตลาด หลังกำไรไตรมาส 2 แค่ตามคาดการณ์

Summary
ราคาหุ้น Halliburton ปรับตัวลดลงอย่างหนัก แม้บริษัทจะรายงานรายได้สูงกว่าคาด แต่กำไรต่อหุ้นที่ออกมาเพียงแค่ตรงตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ทำให้นักลงทุนผิดหวังท่ามกลางปัจจัยลบด้านราคาน้ำมัน
ราคาหุ้นของ Halliburton (HAL) ร่วงลง 4.6% ในการซื้อขายล่วงหน้าก่อนเปิดตลาด หลังจากบริษัทผู้ให้บริการบ่อน้ำมันรายใหญ่เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2569 (Q2/2026) ซึ่งมีกำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้วเพียงแค่เท่ากับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นออกมาแม้ว่ารายได้จะสูงกว่าที่คาดก็ตาม
ผลประกอบการไตรมาส 2/2569
Halliburton รายงานตัวเลขผลการดำเนินงานที่สะท้อนภาพรวมที่หลากหลาย โดยรายได้รวมนั้นเติบโตได้ดี แต่กำไรกลับไม่สามารถสร้างความประหลาดใจในเชิงบวกให้กับตลาดได้
- รายได้รวม: อยู่ที่ 5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 5.5 พันล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นจาก 5.4 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี
- กำไรสุทธิ: อยู่ที่ 534 ล้านดอลลาร์ หรือ 0.64 ดอลลาร์ต่อหุ้นปรับลด
- กำไรสุทธิปรับปรุงแล้ว: อยู่ที่ 461 ล้านดอลลาร์ หรือ 0.55 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตรงกับที่คาดการณ์ไว้เท่านั้น
การที่กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้วออกมาเพียงแค่ตามคาดการณ์ ถือเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังสำหรับนักลงทุนที่คาดหวังว่าบริษัทจะทำได้ดีกว่าคาดการณ์ เหมือนที่เคยทำได้ในไตรมาสแรก
ปัจจัยลบกดดันและความกังวลของนักลงทุน
Adการเทขายหุ้นครั้งนี้ไม่ได้มาจากผลประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนถึงความกังวลต่อปัจจัยมหภาคที่กำลังกดดันอุตสาหกรรมพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดสงครามอิหร่าน หลังจากมีสัญญาณบวกในการเจรจาและเรือบรรทุกน้ำมันสามารถกลับมาสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้ง ประกอบกับกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) ประกาศเพิ่มกำลังการผลิต
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตน้ำมันที่เคยตั้งงบประมาณการขุดเจาะสำหรับปี 2569 โดยอิงกับราคาน้ำมันที่สูงกว่านี้ ต้องกลับมาทบทวนแผนการลงทุนใหม่ ซึ่งอาจนำไปสู่การชะลอสัญญาจ้างแท่นขุดเจาะและลดตารางการขุดเจาะด้วยวิธี Hydraulic Fracturing นอกจากนี้ บริษัทยังเคยประเมินว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อกำไรในไตรมาส 2 ราว 0.07-0.09 ดอลลาร์ต่อหุ้น
ภาพรวมตลาด
การปรับตัวลดลงของหุ้น Halliburton เกิดขึ้นในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยรวมปรับตัวสูงขึ้น โดยดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.5% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.4% ซึ่งชี้ให้เห็นว่าแรงกดดันต่อหุ้น HAL เป็นผลมาจากปัจจัยเฉพาะของบริษัทและภาคส่วนพลังงาน ไม่ใช่ภาพรวมของตลาดที่อยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) โดยสรุปแล้ว รายงานผลประกอบการที่แม้จะมีรายได้เติบโต แต่กำไรที่ไม่เหนือความคาดหมาย ประกอบกับแนวโน้มราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงและความกังวลในอเมริกาเหนือ เป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดแรงเทขายอย่างหนัก
Read next
More on หุ้น
ปริมาณการซื้อขายออปชั่นของ Wells Fargo พุ่งสูงขึ้นแม้ราคาจะลดลง 4% เผยให้เห็นมุมมองตลาดที่แตกต่างกัน
การซื้อขายออปชั่นจำนวนมากในหุ้น Wells Fargo เกิดขึ้นหลังจากราคาหุ้นร่วงลงอย่างรวดเร็วในระหว่างวัน โดยมีการแบ่งสัดส่วนเกือบเท่าๆ กันระหว่างสัญญาซื้อและสัญญาขาย ซึ่งบ่งชี้ถึงความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมากในหมู่นักลงทุนเกี่ยวกับทิศทางระยะสั้นของธนาคาร

ดัชนี OMX Stockholm 30 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นำโดยการปรับตัวขึ้นของภาคอุตสาหกรรม
ดัชนีหุ้นหลักของสวีเดน OMX Stockholm 30 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันอังคาร โดยเพิ่มขึ้น 0.87% จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมและวัสดุพื้นฐาน

ตลาดหุ้นฟินแลนด์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นำโดยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี
ดัชนี OMX Helsinki 25 ของฟินแลนด์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.87% ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันอังคาร โดยได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และวัสดุพื้นฐาน

ดัชนี CAC 40 ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 0.20% เนื่องจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นช่วยชดเชยความอ่อนแอในวงกว้าง
ดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศสปิดตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในวันอังคาร โดยได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในภาคเทคโนโลยี แม้ว่าหุ้นกลุ่มการเงินและโทรคมนาคมรายใหญ่จะปรับตัวลดลง ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดอาจเป็นไปในทิศทางที่ผสมผสานกันสำหรับนักลงทุน