Story
ยูโร-ปอนด์สวนทาง ดอลลาร์ทรงตัว ตลาดจับตาความเสี่ยงอุปทานน้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซ

เงินยูโรและเงินปอนด์สเตอร์ลิงเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามในวันจันทร์ ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐทรงตัว ท่ามกลางภาวะที่ตลาดสกุลเงินกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น กับการรอถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางและข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางหนุนราคาน้ำมัน
ความเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันของสกุลเงินหลักเกิดขึ้นหลังสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นจากการโจมตีตอบโต้กันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ตลาดทวีความกังวลหลังจากมีรายงานว่าเตหะรานประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ แม้ว่ากองบัญชาการกลางสหรัฐฯ จะออกมาตอบโต้ว่าช่องแคบยังคงเปิดให้บริการ แต่ความเสี่ยงที่อุปทานพลังงานอาจถูกปิดกั้นได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นกว่า 4.4% ในวันจันทร์
ภาวะอุปทานพลังงานช็อกครั้งใหม่นี้ทำให้ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอ่อนไหวต่อแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจชะงักงันและเงินเฟ้อสูง (Stagflation) แม้โดยปกติแล้วความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์จะกระตุ้นความต้องการดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่การพุ่งขึ้นของราคาพลังงานทำให้นักลงทุนต้องประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกใหม่อีกครั้ง
ตลาดจับตาสัญญาณจากธนาคารกลาง
เมื่อความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาเป็นประเด็นสำคัญ จุดสนใจของตลาดจึงมุ่งไปที่ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางหลายแห่ง โดยในฝั่งยุโรป นักลงทุนกำลังรอฟังคำกล่าวของ อิซาเบล ชนาเบล สมาชิกคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้กำหนดนโยบายสายเหยี่ยวที่ทรงอิทธิพล เพื่อหาสัญญาณว่า ECB อาจปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบายเพื่อรับมือกับราคาพลังงานที่สูงขึ้นหรือไม่
Adขณะเดียวกัน มิเชล โบว์แมน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งเป็นสายเหยี่ยวเช่นกัน มีกำหนดจะกล่าวถ้อยแถลงในวันเดียวกัน นอกจากนี้นักลงทุนยังจับตาข้อมูลดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ และรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่จะเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจก่อนการแถลงการณ์ของประธานเฟดต่อสภาคองเกรส
ภาพรวมตลาดสกุลเงิน
ภาวะการซื้อขายที่เป็นไปอย่างระมัดระวังเกิดขึ้นท่ามกลางความผันผวนในตลาดเอเชีย โดยเงินเยนของญี่ปุ่นยังคงได้รับแรงหนุนหลังมีรายงานว่าทางการอาจสนับสนุนให้กองทุนบำเหน็จบำนาญขนาดใหญ่นำเงินลงทุนจากต่างประเทศกลับเข้าประเทศ ซึ่งช่วยจำกัดการแข็งค่าของดอลลาร์
- เงินยูโร (EUR) แข็งค่าขึ้น 0.15% สู่ระดับ $1.0924
- เงินปอนด์ (GBP) อ่อนค่าลง 0.1% มาอยู่ที่ $1.2845
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ซึ่งวัดมูลค่าดอลลาร์เทียบกับตะกร้า 6 สกุลเงินหลัก ทรงตัวอยู่ที่ 101.16
นักวิเคราะห์เตือนว่าความเคลื่อนไหวของตลาดสกุลเงินจะยังคงกระจัดกระจายและขาดทิศทางที่ชัดเจน จนกว่าจะได้รับสัญญาณชี้นำด้านนโยบายที่ชัดเจนจากธนาคารกลางต่างๆ