Story
หุ้น EquipmentShare พุ่งแรง หลังปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรและประกาศซื้อหุ้นคืน 500 ล้านดอลลาร์

Summary
ราคาหุ้น EquipmentShare ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังบริษัทประกาศปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้และกำไรทั้งปี พร้อมอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นในทิศทางของบริษัท
ราคาหุ้นของ EquipmentShare (EQPT) พุ่งขึ้นกว่า 11.4% ในการซื้อขายช่วงเช้า หลังจากบริษัทผู้ให้บริการเช่าอุปกรณ์ก่อสร้างและเทคโนโลยีประกาศปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปีอย่างมีนัยสำคัญ และเปิดตัวโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่ามหาศาล
ปรับเพิ่มคาดการณ์และประกาศซื้อหุ้นคืน
EquipmentShare ได้ปรับเพิ่มแนวโน้มผลประกอบการสำหรับปี 2026 โดยคาดการณ์รายได้รวมจะอยู่ในช่วง 5.25 - 5.68 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่ 5.15 - 5.58 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ บริษัทยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted Core EBITDA) เป็น 1.95 - 2.06 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
บริษัทให้เหตุผลของการปรับเพิ่มคาดการณ์ว่ามาจากความต้องการของลูกค้าที่ยังคงแข็งแกร่ง อัตราการใช้งานเครื่องมือและอุปกรณ์ที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และผลการดำเนินงานทางการเงินที่ดีเกินคาดในช่วงครึ่งแรกของปี
นอกเหนือจากการปรับเพิ่มคาดการณ์แล้ว คณะกรรมการบริหารของ EquipmentShare ยังได้อนุมัติโครงการซื้อหุ้นสามัญประเภท A คืนเป็นมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะมีผลไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2028 การเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นสัญญาณที่แสดงถึงความเชื่อมั่นอย่างสูงของผู้บริหารต่อแนวโน้มการเติบโตของบริษัทในระยะยาว
Adมุมมองตลาดและสถานะทางการเงิน
การพุ่งขึ้นของราคาหุ้น EQPT ในครั้งนี้เป็นผลมาจากปัจจัยบวกเฉพาะตัวของบริษัทโดยตรง เนื่องจากสภาวะตลาดโดยรวมไม่ได้เอื้ออำนวย โดยดัชนี S&P 500 ทรงตัว และดัชนี Nasdaq ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันเดียวกัน ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นจากราคาปิดก่อนหน้าที่ 16.00 ดอลลาร์ ไปทำจุดสูงสุดในช่วงเช้าที่ 18.23 ดอลลาร์
บริษัทระบุว่ามีสภาพคล่องตามประมาณการ (pro forma liquidity) ณ สิ้นไตรมาสที่สองราว 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากเงินทุนสุทธิที่ได้จากการออกหุ้นกู้มูลค่า 1.3 พันล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งสำหรับทั้งการลงทุนเพื่อการเติบโตและการซื้อหุ้นคืน
ในมุมมองของนักวิเคราะห์ Citi ยังคงคำแนะนำ "Neutral" (ถือ) พร้อมราคาเป้าหมายที่ 18 ดอลลาร์ ในขณะที่ Truist ยังคงคำแนะนำ "Buy" (ซื้อ) สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่หลากหลายแต่ค่อนข้างเป็นบวกจากวอลล์สตรีท ทั้งนี้ แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 35.50 ดอลลาร์ ซึ่งยังคงมีช่องว่างสำหรับการฟื้นตัวต่อไปหากผลการดำเนินงานยังคงแข็งแกร่ง