Story
จีนสั่งโรงกลั่นคงกำลังผลิตเชื้อเพลิงระดับสูง หวั่นความขัดแย้งอิหร่านกระทบอุปทาน

รัฐบาลจีนได้สั่งการให้โรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่บางแห่งของประเทศ คงกำลังการผลิตเชื้อเพลิงในระดับสูง เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อุปทานน้ำมันดิบอาจหยุดชะงัก อันเนื่องมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกาในอ่าวเปอร์เซีย ตามรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก
รายละเอียดคำสั่ง
บลูมเบิร์กอ้างอิงแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยนามระบุว่า โรงกลั่นรายใหญ่ของรัฐอย่างน้อยสองแห่งได้รับคำสั่งให้รักษาระดับหรือแม้กระทั่งเพิ่มอัตราการกลั่น แม้ว่าขณะนี้จีนจะมีปริมาณน้ำมันเบนซินและดีเซลคงคลังในระดับสูง และความต้องการใช้เชื้อเพลิงในประเทศกำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัวเชิงโครงสร้าง
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลปักกิ่งในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานภายในประเทศ หลังจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น ประกอบกับการที่สหรัฐฯ ได้ยกเลิกการผ่อนผันที่อนุญาตให้มีการจำหน่ายน้ำมันดิบของอิหร่าน ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลต่อเสถียรภาพของอุปทานน้ำมันดิบ
ผลกระทบต่อตลาดเอเชีย
คำสั่งให้โรงกลั่นจีนเพิ่มกำลังการผลิตอาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อตลาดเชื้อเพลิงในภูมิภาคเอเชีย โดยคาดว่าอัตราการใช้กำลังการกลั่นที่สูงขึ้นจะสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อ ค่าการกลั่นในเอเชียที่อ่อนแออยู่แล้ว
Adตามรายงาน ส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันเบนซินในภูมิภาคกับราคาน้ำมันดิบดูไบได้ปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังระบุว่ารัฐบาลปักกิ่งจะไม่ทบทวนโควตาส่งออกเชื้อเพลิงสำหรับเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าทางการจีนให้ความสำคัญกับการสร้างความเพียงพอของอุปทานในประเทศเป็นอันดับแรก
บริบทด้านความมั่นคงทางพลังงาน
ในฐานะ ผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก จีนได้ติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงทางพลังงานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ คิดเป็นสัดส่วนประมาณหนึ่งในห้าของการบริโภคน้ำมันทั่วโลก
มาตรการล่าสุดนี้ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลปักกิ่งกำลังเตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ที่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จะยืดเยื้อ แม้ว่าความต้องการใช้เชื้อเพลิงในประเทศจะยังคงซบเซาก็ตาม