Story
ดอลลาร์แคนาดาแข็งค่าตามราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากความตึงเครียดในอิหร่าน

ค่าเงินดอลลาร์แคนาดาแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันพุธ โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ประกอบกับนักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางแคนาดา (BoC) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้
ราคาน้ำมันหนุนค่าเงิน
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนค่าเงินดอลลาร์แคนาดาคือการทะยานขึ้นของราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศ โดยราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นถึง 5.2% ไปอยู่ที่ระดับ 74.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันมีสาเหตุมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่าข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านได้ "สิ้นสุดลงแล้ว" และสหรัฐฯ อาจเปิดฉากโจมตีครั้งใหม่ ซึ่งข่าวดังกล่าวสร้างความกังวลต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก
การคาดการณ์นโยบายการเงินและทิศทางตลาด
Adข้อมูลจากตลาดสวอป (Swap market) ชี้ให้เห็นว่า นักลงทุนให้น้ำหนักต่อโอกาสที่ธนาคารกลางแคนาดาจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 60% จากระดับ 40% ในวันอังคาร การคาดการณ์ดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนค่าเงิน
ในการซื้อขายล่าสุด สกุลเงินดอลลาร์แคนาดา หรือ "ลูนี่" (Loonie) แข็งค่าขึ้น 0.2% มาอยู่ที่ระดับ 1.4170 ต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 70.57 เซนต์สหรัฐ โดยเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.4156 ถึง 1.4210
ผลกระทบในวงกว้าง
แม้ว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะเป็นผลดีต่อค่าเงินแคนาดา แต่กลับสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นทั่วโลก โดยดัชนีหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะกระตุ้นให้แนวโน้มเงินเฟ้อสูงขึ้น และอาจนำไปสู่การดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นจากธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก