Story
Bybit เปิดตัวบัตรคริปโตในเปรู มุ่งเชื่อมสินทรัพย์ดิจิทัลกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

Bybit ศูนย์ซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกตามปริมาณการซื้อขาย ได้ประกาศเปิดตัว Bybit Card ในประเทศเปรูอย่างเป็นทางการ นับเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมต่อระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังเติบโตของประเทศเข้ากับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดช่องว่างระหว่างการเงินแบบดั้งเดิมและสกุลเงินดิจิทัล ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้จ่ายยอดคงเหลือในบัญชี Bybit ได้โดยตรงกับร้านค้าหลายล้านแห่งทั่วโลก
รายละเอียดและโปรโมชันเปิดตัว
Bybit Card ที่เปิดตัวในเปรูจะเป็นบัตรเสมือน (Virtual Card) ที่ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี ผู้ถือบัตรสามารถใช้จ่ายได้ทั้งในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) สำหรับการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ และสกุลเงินโซลเปรู (PEN) สำหรับการใช้จ่ายในประเทศ
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดตัว Bybit ได้จัดโปรโมชันต้อนรับผู้ใช้ใหม่ในเปรู โดยมอบสิทธิประโยชน์รวมมูลค่าสูงสุด 120 USDT ประกอบด้วย:
- เงินคืนทันที 10 USDT เข้าบัญชี Bybit โดยตรง หลังจากยืนยันตัวตนและเติมเงินเข้าบัญชีขั้นต่ำเทียบเท่า 100 USDT
- โบนัสเงินคืนพิเศษสูงสุด 110 USDT ในอัตรา 10% สำหรับการใช้จ่ายในหมวดหมู่ไลฟ์สไตล์ที่กำหนดภายใน 30 วันแรก
กลยุทธ์และมุมมองต่อตลาดละตินอเมริกา
Adการขยายบริการสู่เปรูเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของ Bybit ในการเจาะตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคละตินอเมริกา ซึ่งมีประชากรรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีและเปิดรับการชำระเงินดิจิทัลอย่างรวดเร็ว
นายพาทริซิโอ เมสรี ผู้จัดการประจำภูมิภาคละตินอเมริกาที่ใช้ภาษาสเปนของ Bybit กล่าวว่า "ภูมิทัศน์ทางการเงินของเปรูมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยประชากรที่เน้นการใช้งานผ่านมือถือได้หันมาใช้การชำระเงินดิจิทัลมากขึ้น Bybit Card จะช่วยให้ชาวเปรูสามารถใช้จ่ายได้อย่างราบรื่นทั้งในและต่างประเทศ"
ความสำคัญต่อระบบนิเวศคริปโต
การเปิดตัว Bybit Card ซึ่งมีผู้ใช้งานทั่วโลกแล้วกว่า 3 ล้านคน ตอกย้ำถึงแนวโน้มการเพิ่มอรรถประโยชน์ (utility) ของสินทรัพย์ดิจิทัลให้สามารถใช้งานได้จริงนอกเหนือจากการลงทุนและการเก็งกำไร บริการนี้ยังมอบสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น เงินคืนสูงสุด 10% และส่วนลด 100% สำหรับบริการสมัครสมาชิกดิจิทัลยอดนิยมอย่าง Netflix และ Spotify
การเคลื่อนไหวของ Bybit ในเปรูสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวของบริษัทในการขยายการเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินที่ใช้งานได้จริง ในขณะที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินดิจิทัลและกรอบการกำกับดูแลในภูมิภาคกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง