Story
Bitcoin ฟื้นตัวทะลุ $62,000 หลังข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ อ่อนแอ ลดแรงกดดันขึ้นดอกเบี้ย

ราคา Bitcoin ดีดตัวขึ้นกว่า 2% ในวันพฤหัสบดีและทะลุระดับ $62,000 ไปชั่วขณะ หลังจากข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้
ข้อมูลแรงงานสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด
รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรล่าสุดที่เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีระบุว่า นายจ้างในสหรัฐฯ เพิ่มตำแหน่งงานเพียง 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน ซึ่งต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 115,000 ตำแหน่งอย่างมีนัยสำคัญ และชะลอตัวลงจากตัวเลขที่ปรับปรุงใหม่ของเดือนพฤษภาคมที่ 129,000 ตำแหน่ง
ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ถึงการชะลอตัวของตลาดแรงงาน ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อเฟดในการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ในขณะเดียวกัน อัตราการว่างงานลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.2%
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
ภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงโดยทั่วไปถือเป็นปัจจัยบวกสำหรับสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สกุลเงินดิจิทัล การชะลอตัวของตลาดแรงงานทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะมีพื้นที่มากขึ้นในการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตลอดช่วงฤดูร้อนนี้ ข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group ชี้ว่า ตลาดได้ลดโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนลงแล้ว
Adณ เวลา 20:55 GMT (03:55 น. ตามเวลาประเทศไทย) ราคา Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ $61,416.6 เพิ่มขึ้น 2.2% ขณะที่สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน:
- Ethereum (ETH) เพิ่มขึ้น 5.1% สู่ระดับ $1,699.19
- XRP เพิ่มขึ้น 2.3% สู่ระดับ $1.0820
- Solana (SOL) และ Cardano (ADA) ปรับตัวขึ้น 4.7% และ 5% ตามลำดับ
ภาพรวมตลาดยังคงเปราะบาง
แม้จะมีการฟื้นตัวในระยะสั้น แต่ภาพรวมของตลาดคริปโตยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากการเทขายที่ยืดเยื้อในช่วงที่ผ่านมา โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2026 ราคา Bitcoin ได้ร่วงลงไปแล้วกว่า 30%
ปัจจัยลบที่สำคัญยังคงมาจากกระแสเงินทุนที่ไหลออกจากกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ความต้องการของนักลงทุนสถาบันที่ชะลอตัว และความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบในสหรัฐฯ ซึ่งทำให้นักลงทุนยังคงระมัดระวังในการเข้าลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล