Story
Bitcoin ยืนเหนือ $62,000 รับความหวังร่างกฎหมายคริปโตสหรัฐฯ คืบหน้า

ราคา Bitcoin เคลื่อนไหวเหนือระดับ $62,000 ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความคืบหน้าครั้งสำคัญของร่างกฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐอเมริกา ประกอบกับการยอมรับจากนักลงทุนสถาบันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ประเด็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยยังคงเป็นสิ่งที่ตลาดจับตามอง
ข้อมูลล่าสุดจาก Investing.com ณ เวลา 16:51 ET (03:51 น. ตามเวลาประเทศไทย) ระบุว่า Bitcoin ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดตามมูลค่าตลาด ซื้อขายอยู่ที่ $62,686 ลดลงเล็กน้อย 0.60% ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง
ความหวังกฎหมายคริปโตสหรัฐฯ หนุนตลาด
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลบวกต่อตลาดในสัปดาห์ที่ผ่านมาคือความคืบหน้าของร่างกฎหมาย CLARITY Act ในสหรัฐฯ โดยข้อมูลจากตลาดคาดการณ์ (Prediction Market) อย่าง Polymarket ชี้ว่าโอกาสที่ร่างกฎหมายฉบับนี้จะผ่านการอนุมัติได้พุ่งขึ้นเหนือ 50% แล้ว หลังจากได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหลายแห่ง
ร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากบริษัทคริปโตกว่า 200 แห่ง รวมถึง Coinbase, Ripple และ Kraken ซึ่งภาคอุตสาหกรรมมองว่าจะเป็นการสร้างกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจนสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นครั้งแรกในสหรัฐฯ และอาจกระตุ้นให้เกิดการลงทุนจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่มากขึ้น
การยอมรับจากสถาบันและความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
Adการยอมรับจากนักลงทุนสถาบันยังคงเป็นประเด็นหลัก โดยล่าสุด นายฟง เล (Phong Le) ซีอีโอของบริษัท Strategy ได้กล่าวถึง Bitcoin ว่าเปรียบเสมือน "สหรัฐอเมริกาแห่งเงินตรา" (United States of money) โดยชี้ว่านโยบายการเงินที่โปร่งใสและอุปทานที่จำกัดอาจทำให้ Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์สำรองของโลกได้ในอนาคต ปัจจุบัน Strategy ยังคงเป็นบริษัทมหาชนที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลกด้วยจำนวนมากกว่า 818,000 BTC
อย่างไรก็ตาม ประเด็นด้านความปลอดภัยได้กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังนักวิจัยจากบริษัท Hexens เปิดเผยว่าได้ค้นพบและช่วยแก้ไขช่องโหว่ร้ายแรงบนบล็อกเชน Aptos ก่อนที่จะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว ช่องโหว่ดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าสูงถึง $70,000 ล้าน แม้เหตุการณ์นี้จะไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น แต่ก็เป็นเครื่องย้ำเตือนถึงความสำคัญของการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
ภาพรวมตลาด: Bitcoin แตกต่างจาก Meme Coin
ข้อมูลล่าสุดยังเผยให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนขึ้นระหว่าง Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีลักษณะเก็งกำไรสูงอย่างเหรียญมีม (Meme Coin) โดยบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน Nansen ประเมินว่าผู้ถือเหรียญ TRUMP memecoin ขาดทุนรวมกันไปแล้วประมาณ $3,800 ล้าน หลังจากราคาเหรียญร่วงลงกว่า 96% จากจุดสูงสุด ซึ่งตอกย้ำมุมมองของนักลงทุนสถาบันที่มองว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์มาตรฐานของอุตสาหกรรม
สำหรับภาพรวมตลาด Altcoin สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดย Ethereum ลดลง 0.2% มาอยู่ที่ $1,775.44 และ XRP ลดลง 2.29% สู่ระดับ $1.1359 นักลงทุนกำลังจับตาดูความคืบหน้าด้านกฎหมายในวอชิงตัน กระแสเงินทุนในกองทุน ETF และข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค เพื่อประเมินทิศทางต่อไปของตลาด