Story
บิตคอยน์ย่อตัว จับตากระแสเงินทุนสถาบันและกลยุทธ์องค์กร

ราคาบิตคอยน์ (Bitcoin) ซื้อขายเหนือระดับ $62,000 ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักลงทุนกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างปัจจัยลบจากกระแสเงินทุนสถาบันที่ชะลอตัว กับปัจจัยบวกจากการที่บริษัทต่างๆ เริ่มนำบิตคอยน์มาใช้ในกลยุทธ์ทางธุรกิจมากขึ้น
กระแสเงินทุนสถาบันชะลอตัว
ข้อมูลล่าสุดจาก CryptoQuant ชี้ว่า การที่บิตคอยน์จะพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในรอบถัดไป อาจต้องอาศัยเงินทุนใหม่ไหลเข้ามากกว่า $1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามูลค่าตลาดที่ใหญ่ขึ้นทำให้การสร้างผลตอบแทนมหาศาลแบบในอดีตเป็นไปได้ยากขึ้น
CryptoQuant ประเมินว่านับตั้งแต่ปี 2022 มีเงินทุนใหม่ไหลเข้าสู่บิตคอยน์ประมาณ 697,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสร้างผลตอบแทนได้ราว 689% ซึ่งต่ำกว่ารอบขาขึ้นในอดีตอย่างมาก ข้อมูลนี้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เผชิญกับภาวะเงินทุนไหลออกต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนตั้งคำถามว่าอุปสงค์จากสถาบันจะสามารถกลับมาเร่งตัวได้อีกครั้งหรือไม่
ภาคองค์กรเดินหน้าใช้กลยุทธ์เชิงรุก
ในทางกลับกัน การยอมรับในภาคธุรกิจยังคงเป็นที่น่าจับตา โดย MicroStrategy ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนที่ถือครองบิตคอยน์มากที่สุด กำลังสำรวจแนวทางในการสร้างสภาพคล่องจาก BTC ที่มีอยู่กว่า 847,000 BTC โดยไม่ต้องขายสินทรัพย์ออกไป
Adนักวิเคราะห์จาก Galaxy Digital ระบุว่า MicroStrategy สามารถสร้างรายได้ประจำผ่านกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น การให้ยืมสินทรัพย์ (lending) หรือการใช้กลยุทธ์ที่อิงกับออปชัน (options-based strategies) ซึ่งจะช่วยรักษาสถานะการลงทุนระยะยาวและปรับปรุงกระแสเงินสดของบริษัทไปพร้อมกัน
ปัจจัยหนุนระยะยาวและภาพรวมตลาด
ขณะเดียวกัน ตลาดกำลังให้ความสนใจกับแนวโน้มการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และสินทรัพย์ดิจิทัล ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมองว่าระบบ AI อัตโนมัติในอนาคตจำเป็นต้องมีเครือข่ายการชำระเงินที่สามารถตั้งโปรแกรมและทำงานได้ตลอดเวลา ซึ่งทำให้ระบบบล็อกเชนและเหรียญ Stablecoin มีศักยภาพที่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการทำธุรกรรมระหว่างเครื่องจักร (machine-to-machine)
ในภาพรวมของตลาด Altcoin ส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้นตามบิตคอยน์ โดย Ethereum (ETH) เพิ่มขึ้น 2.44% มาอยู่ที่ $1,761.85 และ XRP เพิ่มขึ้น 3.75% แตะ $1.1413 นักลงทุนยังคงต้องติดตามทิศทางของเงินทุนสถาบัน ความต้องการจากภาคองค์กร และความคืบหน้าด้านกฎระเบียบในสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดในระยะต่อไป