Story
บิตคอยน์ร่วงต่ำกว่า 64,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน และแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยี

Summary
ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงกดดันจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลง หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ประกอบกับแรงเทขายในตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งบดบังปัจจัยบวกจากเงินทุนที่ไหลเข้ากองทุน Spot Bitcoin ETF
ราคาบิตคอยน์ (Bitcoin) ปรับตัวลดลงในวันอังคาร ท่ามกลางความผันผวนของตลาด โดยได้รับแรงกดดันจากความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่ลดลงอย่างรุนแรง หลังจากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีตอบโต้อิหร่าน และการเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ข้อมูลล่าสุดระบุว่า สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีราคาซื้อขายลดลง 1.4% มาอยู่ที่ 63,305.0 ดอลลาร์
ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์กดดันตลาด
ปัจจัยลบสำคัญมาจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่าได้ทำการโจมตีอิหร่าน เพื่อตอบโต้ต่อเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า 5% และกระตุ้นให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงสกุลเงินดิจิทัล เพื่อหันไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยแทน ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นนี้สร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาดการเงินโดยรวม
แรงเทขายหุ้นเทคและภาพรวมตลาดคริปโต
นอกเหนือจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดคริปโตยังได้รับผลกระทบจากแรงเทขายในตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยมีชนวนเหตุมาจากการคาดการณ์ผลประกอบการของ Samsung Electronics ที่แม้จะคาดว่ากำไรไตรมาส 2 จะทำสถิติสูงสุด แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะคลายความกังวลของนักลงทุนว่าหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจมีมูลค่าสูงเกินไปแล้ว
Adอย่างไรก็ตาม ท่ามกลางแรงกดดัน ยังคงมีสัญญาณบวกจากฝั่งนักลงทุนสถาบัน โดยข้อมูลจาก SoSoValue ระบุว่ากองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิอย่างต่อเนื่อง:
- วันจันทร์ที่ผ่านมามีเงินไหลเข้าสุทธิ 265.7 ล้านดอลลาร์
- ต่อเนื่องจากวันที่ 2 กรกฎาคม ที่มีเงินไหลเข้า 221.7 ล้านดอลลาร์
การไหลเข้าดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ หลังจากช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่กองทุนเหล่านี้เผชิญกับแรงเทขายและมีเงินทุนไหลออกเกือบ 2.4 พันล้านดอลลาร์ ในขณะที่สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ (Altcoins) ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงตามบิตคอยน์ โดย Ethereum (ETH) ลดลง 1.8% และ XRP ลดลง 3.1%
ปัจจัยที่ต้องจับตา
นักลงทุนกำลังจับตามองการเปิดเผยรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันพุธนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงตลาดคริปโตเคอร์เรนซีต่อไป