Story
BetMGM หั่นคาดการณ์ผลประกอบการ เผชิญการแข่งขันรุนแรงจากตลาด Prediction Market

Summary
BetMGM ผู้ให้บริการพนันออนไลน์ในสหรัฐฯ ปรับลดคาดการณ์รายได้และกำไรประจำปีเป็นครั้งที่สองในปีนี้ และเลื่อนเป้าหมายกำไร 500 ล้านดอลลาร์ออกไป ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้นจากแพลตฟอร์มตลาดคาดการณ์ผล (Prediction Market)
BetMGM ผู้ให้บริการพนันออนไลน์ในสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการประจำปีเป็นครั้งที่สองในปีนี้ พร้อมทั้งเลื่อนเป้าหมายการทำกำไรที่สำคัญออกไป โดยให้เหตุผลว่าเผชิญกับการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากแพลตฟอร์มตลาดคาดการณ์ผล (Prediction Market) และความซับซ้อนด้านกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้น
การปรับลดคาดการณ์
บริษัทซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าระหว่าง Entain (เจ้าของ Ladbrokes) และ MGM Resorts คาดการณ์ว่ารายได้สุทธิและกำไรหลักที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted Core Profit) ตลอดทั้งปีจะออกมาใกล้เคียงกับกรอบล่างของที่เคยคาดการณ์ไว้
- รายได้สุทธิ (Net Revenue): คาดว่าจะอยู่ใกล้เคียงกรอบล่างของช่วง 2.9 พันล้านดอลลาร์ ถึง 3.1 พันล้านดอลลาร์
- กำไรหลักที่ปรับปรุงแล้ว: คาดว่าจะอยู่ใกล้เคียงกรอบล่างของช่วง 300 ล้านดอลลาร์ ถึง 350 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ BetMGM ยังระบุว่าจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายกำไรหลักที่ปรับปรุงแล้วที่ 500 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2027 ได้ตามที่เคยตั้งเป้าไว้
ความท้าทายจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น
Adปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มของ BetMGM คือการแข่งขันที่รุนแรงจากแพลตฟอร์มตลาดคาดการณ์ผล เช่น Kalshi ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน คู่แข่งรายใหญ่อย่าง FanDuel, DraftKings และ Fanatics ก็ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ในลักษณะคล้ายกัน
การแข่งขันที่สูงขึ้นนี้ส่งผลให้ต้นทุนในการหาลูกค้า (Customer Acquisition Costs) เพิ่มสูงขึ้น และยังคุกคามส่วนแบ่งการตลาดของธุรกิจพนันกีฬาแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ บริษัทยังอ้างถึงความซับซ้อนด้านกฎระเบียบที่เกิดขึ้นพร้อมกับการเติบโตของแพลตฟอร์มรูปแบบใหม่เหล่านี้ว่าเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญ
ผลกระทบต่อตลาด
ภายหลังการประกาศข่าวดังกล่าว ราคาหุ้นของ Entain ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน ได้ปรับตัวลดลงเล็กน้อย การปรับลดคาดการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่ผู้ให้บริการพนันออนไลน์ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องกำลังเผชิญในตลาดสหรัฐฯ ที่มีการแข่งขันสูงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
Read next
More on หุ้น
หุ้น Ingenia พุ่งขึ้นหลังข้อเสนอซื้อกิจการมูลค่า 2.14 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลียจาก Warburg Pincus
หุ้นของ Ingenia Communities ผู้ให้บริการที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุในออสเตรเลีย พุ่งขึ้นหลังจาก Warburg Pincus บริษัทไพรเวทอิควิตี้จากสหรัฐฯ เพิ่มข้อเสนอการเข้าซื้อกิจการแบบไม่ผูกมัดเป็น 2.14 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยมีเงื่อนไขว่า Ingenia ต้องยกเลิกการเข้าซื้อกิจการอีกรายการหนึ่ง

หุ้น Ingenia Communities พุ่งขึ้น 6% หลัง Warburg Pincus ยื่นข้อเสนอซื้อกิจการมูลค่า 2.14 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลียที่ปรับปรุงใหม่
หุ้นของบริษัทผู้ดำเนินธุรกิจชุมชนไลฟ์สไตล์ในออสเตรเลียพุ่งสูงขึ้นหลังจากบริษัทไพรเวทอิควิตี้จากสหรัฐฯ เพิ่มข้อเสนอที่ไม่ผูกมัดเป็น 5.25 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อหุ้น แต่ข้อเสนอดังกล่าวมีเงื่อนไขว่า Ingenia ต้องยกเลิกการเข้าซื้อกิจการอื่นก่อน

ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมจากจีนประสบปัญหาอย่างหนัก ขณะที่สหรัฐฯ กำลังพิจารณามาตรการจำกัดการนำเข้าเพิ่มเติม
หุ้นของบริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ผลิตชิ้นส่วนทางแสงสำหรับศูนย์ข้อมูล ร่วงลงอย่างหนักท่ามกลางรายงานว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ กำลังพิจารณากฎหมายใหม่เพื่อจำกัดการใช้งานชิ้นส่วนเหล่านี้ในระบบที่มีความอ่อนไหว ร่างกฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายที่ชิ้นส่วนสำคัญสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันด้านกฎระเบียบต่อภาคส่วนนี้

Evercore เตือนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากภาวะผกผันของเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ท่ามกลางการพุ่งขึ้นของหุ้น AI
นักกลยุทธ์จาก Evercore ISI มองเห็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการผกผันของเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่แนะนำให้ปรับพอร์ตการลงทุนไปในทิศทางป้องกันความเสี่ยงบางส่วน แทนที่จะละทิ้งตลาดหุ้นขาขึ้นที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในปัจจุบัน