Story
หุ้น Bank of America ร่วงสวนทางผลประกอบการไตรมาส 2 แกร่งเกินคาด

ราคาหุ้นของ Bank of America (BAC) ปรับตัวลดลง 1.1% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด แม้ว่าธนาคารจะรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2026 ที่แข็งแกร่งและสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงปรากฏการณ์ "ขายเมื่อมีข่าวดี" (sell the news) เนื่องจากข่าวดีส่วนใหญ่ได้ถูกสะท้อนเข้าไปในราคาหุ้นก่อนหน้านี้แล้ว
ผลประกอบการไตรมาส 2 แข็งแกร่งเกินคาด
Bank of America รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ด้วยตัวเลขที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 9.1 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น (EPS) 1.21 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.12 ดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ
ในขณะเดียวกัน รายได้รวมของธนาคารอยู่ที่ 31.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 15% จากปีก่อน และสูงกว่าคาดการณ์ที่ 30.67 พันล้านดอลลาร์ ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากกิจกรรมการซื้อขายที่ทำสถิติสูงสุด และธุรกิจวาณิชธนกิจที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง
- รายได้จากธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ (Sales and Trading): ทำสถิติสูงสุดที่ 7.1 พันล้านดอลลาร์ โดยรายได้จากหุ้นพุ่งสูงถึง 70% และรายได้จากตราสารหนี้เพิ่มขึ้นเกือบ 9%
- ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจวาณิชธนกิจ (Investment Banking): เพิ่มขึ้น 50% เป็น 2.1 พันล้านดอลลาร์ จากกระแสการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A)
- รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Income): เติบโต 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ที่ 16.0 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าธนาคารยังคงได้รับประโยชน์จากสภาวะอัตราดอกเบี้ย
เหตุใดราคาหุ้นจึงปรับตัวลง
Adแม้ผลประกอบการจะออกมาดีเยี่ยม แต่ราคาหุ้นที่เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 60.83 ดอลลาร์ก่อนการประกาศผล ทำให้มีช่องว่างสำหรับการปรับตัวขึ้นต่อค่อนข้างจำกัด และเปิดโอกาสให้นักลงทุนทำการเทขายเพื่อทำกำไร (profit-taking)
นอกจากนี้ การปรับตัวลงของหุ้น BAC ยังเกิดขึ้นท่ามกลางปัจจัยลบของตลาดในภาพรวม โดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ต่างก็ปรับตัวลดลงในการซื้อขายล่วงหน้า สะท้อนถึงบรรยากาศการลงทุนที่ปิดรับความเสี่ยง (risk-off) ประกอบกับธนาคารยักษ์ใหญ่อื่นๆ ก็ได้รายงานผลประกอบการในวันเดียวกัน ทำให้นักลงทุนต้องใช้เวลาในการประเมินข้อมูลจำนวนมาก ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อหุ้นในกลุ่มธนาคารโดยรวม
มุมมองและสิ่งที่ต้องจับตา
การปรับตัวลงของหุ้น Bank of America ในช่วงก่อนเปิดตลาดถือเป็นการปรับฐานหลังการประกาศผลประกอบการตามตำรา (post-earnings consolidation) กล่าวคือ ผลประกอบการที่แข็งแกร่งนั้นเป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ไว้แล้วและได้สะท้อนเข้าไปในราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีที่ผ่านมาแล้ว
เมื่อประกอบกับแรงกดดันจากตลาดในภาพรวม นักลงทุนจึงเลือกที่จะลดการถือครองเพื่อทำกำไรใกล้ระดับราคาสูงสุดล่าสุด ขณะที่รอฟังรายละเอียดเพิ่มเติมจากผู้บริหารในการประชุมแถลงผลประกอบการ (earnings call) ซึ่งนำโดยซีอีโอ Brian Moynihan และซีเอฟโอ Alastair Borthwick
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้